Posts tagged พัฒนา ตนเอง
พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง
Aug 18th

ถ้าเราจะพูดถึงเทคนิคการพูด ที่สั้นๆและดีๆข้อหนึ่ง ที่อาจจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการจูงใจคนหรือทำให้คนอื่นคล้อยตาม นั้น คงจะหนีไม่พ้น คำพูดที่ว่า “พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง”
จำคำนี้ให้ขึ้นใจกันเลยนะครับ ก่อนที่จะพูดกับใครไม่ว่าเขาจะเป็นคนธรรมดาคนนึง หรือคนใหญ่คนโตก็ตาม
ที่ผมพูดว่า “พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง” นั้นหมายความว่า
การพูดของเราต้องชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของผู้ฟังโดยตรง ว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไร ไม่ใช่พูดๆๆ แต่ว่าตัวเองอยากได้อะไร อยากให้เขาทำอะไร ถ้าเป็นการพูดอย่างหลังนั้นคนที่ฟังอาจจะทำตามคุณ
แต่เขาไม่เต็มใจจะทำตามแน่นอน เพราะเขาไม่เห็นถึงประโยชน์อันใดที่จะทำตามที่คุณบอก ที่เขาทำไปอาจจะเกรงใจ หรือ เป็นคำสั่งแค่นั้น แต่ถ้าเขาเห็นถึงประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ แน่นอนว่าเขาจะทำสิ่งนั้นที่คุณขอร้องอย่างเต็มใจ
มีตัวอย่าง ง่ายๆครับ จากหนังสือ ของคุณนิ้วกลมเล่มหนึ่ง “อาจารย์ในร้านคุ้กกี้”
ซึ่งผมไปเปิดเจอใน web ๆ นึงแล้วชอบมากเลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ
.
คุณเคยเดินเยาวราชหรือสำเพ็งมั้ยครับ ถ้าเคย
คุณคงจะได้ยินเสียง “ระวังขานะครับ!” อยู่เรื่อยจากคนเข็นรถเข็นแถวนั้น
ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนอย่างนั้น
แต่กลับเป็น “ขอทางหน่อยครับ” ”หลีกหน่อยครับ”
เวลาเราได้ฟังคำว่า ระวังขานะครับ เราจะรีบหลบให้เค้าทันที เพราะกลัวจะถูกชนขา
แต่เวลาที่เค้าขอทางหน่อย หลีกหน่อยครับ เรามักจะไม่ค่อยพอใจ เพราะบริเวณนั้นคนเยอะหลีกกันยากอยู่แล้ว
การพูดว่า ระวังขานะครับ จึงเป็นการพูดที่สื่อถึงผู้ฟังได้มากกว่า เพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังโดยตรง เป็นเรื่องของผู้ฟัง
ส่วนแบบอื่นๆเช่น “หลีกหน่อยครับ” เป็นการพูดที่พูดถึงตัวเอง ผู้ฟังจึงรู้สึกมีอคติ และไม่เต็มใจที่จะทำเพราะเขาไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้กลับมา ครับ
“พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง”
“แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ”
อย่ารอให้พร้อมที่สุดก่อนค่อยลงมือทำ
Aug 11th

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า รอโอกาสที่เหมาะสมที่สุดก่อนแล้วถึงจะเริ่มลงมือทำ แต่กว่าจังหวะนั้นจะมาถึง คนอื่นก็ทำกันไปหมดแล้ว
ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ก่อนที่ทารกจะยืนหรือเดินได้นั้น ไม่ได้หมายความว่า ทารกคนนั้นจะรอให้กำลังขาแข็งแรงก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นเดินพรวดเดียวเลย
แต่คุณสังเกตไหมครับว่า แกจะพยายามยืนบ้าง ล้มบ้างเป็นระยะๆ พอล้มก็จะลุกขึ้นใหม่ แล้วค่อยๆเกาะสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อพยุงตัวเองให้สามารถลุกขึ้นได้ในที่สุด
หลังจากลุกได้แล้ว หลังจากนี้แกก็จะเริ่มหัดเดิน เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงอีก แล้วก็ลุกขึ้นใหม่อีก ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน สุดท้ายทารกคนนั้นก็สามารถเดินได้
หลังจากนั้นก็วิ่งได้ ปั่นจักรยานได้ และทำสิ่งต่อๆไปได้เรื่อยๆ
แน่นอน!! การจะถึงเป้าหมายก็เช่นกันเราต้องผ่านประสบการณ์มากมายต่างๆกัน ทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง บางคนโชคดีไม่ต้องล้มบ่อยก็สามารถทำได้เร็ว แต่คนที่โชคร้ายหน่อย
ก็เหนื่อยหน่อย ข้อสำคัญคือ
อย่าท้อ และอย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมที่สุดก่อนค่อยลงมือทำ
สรุปจากหนังสือ คิดดี มีสุข ทำดี มีทรัพย์
แต่งโดยคุณ สุริยะ บุตรไธสงค์
“แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ”
การคิดเหนือเรื่องจุกจิก เพื่อประสบความสำเร็จ
Jul 25th

ถ้าพูด ง่ายๆโดยสรุปนั้น ถ้าคนเรามัวแต่สนใจเรื่องบางเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง สิ่งพวกนั้นอาจจะเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เราประสบความสำเร็จใน อนาคตได้
ส่วนวิธีที่จะทำให้เราคิดเหนือเรื่องพวกนั้นได้ มีอยู่สามขั้นตอน
1. มุ่งที่จุดประสงค์หลักของสิ่งนั้น>> เราต้องการจะทำ อะไร ให้ มองที่ภาพใหญ่ของมันและมุ่งไปให้ถึง
2. มันสำคัญ จริงๆ หรือ>> สิ่งที่เรา กำลัง ทำอยู่นั้น มัน สำคัญ ต่อจุดประสงค์ของเราจริงรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ อย่าไป เสียเวลาทำมันเลย เช่น หน้าที่ ของหัวหน้าคือดูแล ลูกน้อง ไม่ใช่การจับผิด
3. อย่าตกเป็นเหยื่อของเรื่องเล็กๆ น้อยๆ >> คนส่วนใหญ่ เวลาพูดต่อหน้าคนเยอะๆ มักจะพะวงเรื่อง รูปลักษณ์ หรือท่าทาง ซึ่งเป็น สิ่งไม่จำเป็น สิ่งที่จำเป็น อยู่ที่ การจะพูดยังไง แล้วทำให้คน ทั้งหมดเข้าใจ นั้นมากกว่า….
ลองอ่านคำถามนี้
ถ้ามีรถคันนึงขับมาปาดหน้ารถที่คุณกำลังขับอยู่
คุณจะคิดยังไง
ไอ้บ้าเอ้ยจะรีบไปต า ย ที่ไหนว่ะ แล้วคุณกดเร่ง ไป ปาดกลับหรือบีบแตรใส่ แล้วหลังจากนั้นก็คงมีเรื่องรึเปล่า
ลองดูจุดประสงค์หลักที่คุณทำอยู่ จุดประสงค์หลักคือ ขับรถถึงที่หมายอย่างปลอดภัยใช่ไหม แล้วถ้าทำแบบนั้นจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัยรึเปล่า
วิธีแก้ สถานการณ์ฉุกเฉิน แบบนี้ง่ายๆคือการคิดบวก เอ่อ แกคงปวดท้องหรือไม่ก็รีบกลับไปหาครอบครัว แล้วคุณจะไม่โกรธเขา เพราะคุณคิดสงสารเขาไปแล้ว
เมื่อทำแบบนี้คุณก็ยังคงมุ่งที่จุดประสงค์หลักได้ต่อไปคือการถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
“แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ”
ความคิด กับความฉลาด
Jul 25th
คนหลายๆคนเคยกล่าวไว้ว่า ความคิดตัวชี้นำความฉลาดนั้น สำคัญกว่าความฉลาดของคนเรานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น มีตัวชี้นำความคิดที่ดี งงหรือเป่าครับท่านผู้อ่าน ว่า อะไรคือตัวชี้นำความคิด ตัวชี้นำความคิดก็คือ ทัศนคติ นั้นเอง ถ้าคุณมีทัศนคติที่เป็นบวก อยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีปริมาณความฉลาดมากหรือน้อยเพียงใด คุณก้อมีสิทธ์ ที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นปัจจัยอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จก็คือ ทัศนคติที่เป็นบวก น่ะครับ
“ความรู้คือ อำนาจ ” คำพูดนี้ถูกน่ะครับแต่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว ถ้าจะให้ถูกเต็มๆ ก็คือ “ความรู้ คือ อำนาจ เมื่อเราสามารถ นำมันไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์” และสิ่งที่ จะทำให้เราเอาความรู้ไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์นั้น ทัศนคติ ที่ดีครับ
กุญแจ 6 ดอกของการมีระเบียบวินัยในตนเอง
Jul 25th
1. ฝึกฝนตนเองให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า
2. ศึกษาตนเอง ชี้จุดเด่นจุดด้อยของตนเอง แล้วนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
3. รู้ ลำดับความสำคัญของงานที่คุณต้องทำ
4. ให้เวลากับบุคคลผู้ทำประโยชน์ให้
5. ตัดสินใจฉับไว ด้วยข้อมูลที่มีจำกัด
6. ลองปฏิบัติเรื่องนี้ทุกครั้ง ที่มีโอกาส






