Quantcast ความคิด « แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ ข้อคิดเพื่อชีวิตจะสำเร็จ nuttowa's arena

Posts tagged ความคิด

คิดแบบเจ้าของธุรกิจ

เจ้าของธุรกิจคืออะไร

จากคำจำกัดความของนักวิชาการท่านนึงที่ชื่อ โฮเวิร์ด เอช สตีเวนสัน กล่าวไว้ว่า
ความเป็นเจ้าของธุรกิจ คือแนวคิดที่จำกัดความได้ว่า  การค้นหาโอกาสโดยไม่สนใจว่าจะมีทรัพยากรที่ควบคุมได้อยู่เท่าไร
หรืออีกนัยนึงคือ  เจ้าของธุรกิจนั้นจะคอยมองหาโอกาสอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะมีทรัพยากรอยู่ในมือเท่าไร ซึ่งแตกต่างกับคนที่เป็นลูกจ้าง ที่จะมองไปที่ทรัพยากรที่มีอยู่ หรือที่ขาดอยู่ ซึ่งเป็นเหตผลว่าทำไมคนส่วนมากถึงบอกว่า
“ฉันจะสร้างธุรกิจอย่างไร ในเมื่อฉันไม่มีเงินเลย”
แต่เจ้าของธุรกิจจะบอกว่า
“ตกลงกันให้ได้ก่อนแล้วเราจะหาเงินมาให้”
หลักการที่แตกต่างกันนี้เป็นหลักการที่ใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งระหว่าง ลูกจ้างกับเจ้าของธุรกิจ

คุณสามารถที่จะเรียนรู้ เกี่ยวกับวิธีคิดแบบนี้ง่ายๆ ด้วยการเริ่มจาก “ความคิด”
เวลาคุณเห็นสิ่งของ เช่นรถ หรืออะไรก็ตามราคาแพง ที่คุณอยากจะได้ หลายๆ คนจะคิดว่า
“โห ราคาขนาดนี้ ซื้อไม่ไหวหรอก”
นี้คือการมองแบบลูกจ้าง คือมองที่ทรัพยากรที่อยู่ก่อน แต่ถ้าคุณเห็นสิ่งของนั้นแล้ว แล้วคุณคิดว่า
“ทำ อย่างไร ถึงจะซื้อได้นะ”
นั้นคือคุณกำลังมองแบบเจ้าของธุรกิจ เริ่มเปลี่ยนความคิดกันตั้งแต่วันนี้เถอะครับ

“ทำอย่างไรถึงจะซื้อได้นะ”

แค่ ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ข้อแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน

คนรวย คนจน

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้หยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่านและได้เห็นบทความที่น่าสนใจชิ้นนึงเกี่ยวกับข้อแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน เลยนำมาฝากเพื่อนๆ ให้ลองอ่านดูนะครับ

คนรวยมองเห็นแผนการ และขั้นตอนอย่างชัดเจน ว่าเขาจะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร ในขณะที่คนจนมักพูดว่า “ฉันอยากรวย” แต่ ไม่ได้ลงมือทำซักที

คนรวยบอกตัวเองว่า เขากำลังจะทำอะไรและลงมือเรียนรู้ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานเข้ามาเสริม

ในขณะที่คนจนบอกว่า “ฉันไม่รวยเสียที เพราะไม่มีความรู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น”

คนรวยที่อายุมากบอกกับตัวเองว่า ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายปีที่ฉัน จะทำโครงการมากมายได้ตาความฝัน
ในขณะที่คนจนมักพูดว่า “ตายละ อายุปูนนี้แล้วจะไปทำอะไรได้”

คนรวยที่อายุน้อยบอกกับตัวเองว่า โชคดีจริงๆ ที่ฉันมีพลังงานของความเป็นหนุ่มสาว
ในขณะที่คนจนบอกว่า “เฮ้อ อายุแค่นี้ จะไปทำอะไรได้”

ประโยคติดลบของคนจนที่ไม่มีวันรวย เต็มไปด้วยมุมมองและทัศนคติต่อตนเองในทางที่ไม่ดี

“ชาตินี้สงสัยฉันไม่มีวันรวยหรอก เพราะฉันไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่ถนัดเรื่องธุรกิจ
ไม่ชอบคิดเลข ไม่มีนามสกุลดัง ไม่มีเส้น ไม่เป็นคนสำคัญ ไม่เคยมีพ่อแม่บอกวิธีรวย ไม่มีโอกาส ขาดช่องทาง ร้างความฝันและแรงบันดาลใจ”


คำพูดที่ออกจากปากคนเราบ่อยๆ มักสะท้อนวิธีคิดที่อยู่ข้างใน และวิธีคิดของแต่ละคนนี่เอง ที่เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตให้กับคนๆ นั้น

“คุณคิดกับตัวคุณอย่างไร คุณก็จะได้เป็นอย่างนั้น”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ข้อมูลจากหนังสือ ถ้ารู้มึงรวย

คิดสำเร็จคิดย้อนจากอนาคต

ตั้งเป้า,คิดอนาคต,คิดย้อน
ถ้าคุณอยากจะทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องตั้งเป้าหมายของคุณจริงไหมครับ การระบุปีหรือเวลาที่จะสำเร็จเป็นการทำให้คุณชี้เป้าหมายของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“จะต้องเป็น CEO” หรือ “จะต้องเป็น CEO ภายใน 5 ปี” อันไหนดูชัดกว่ากัน

เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือ มองไปข้างหน้าหลายๆ ปี และกำหนดว่าคุณต้องการยืนอยู่จุดไหนเมื่อเวลานั้นมาถึง

ต่อจากนั้นลองจินตนาการว่าคุณยืนอยู่จุดๆ นั้นในอนาคต แล้ว “มองย้อนกลับมา” ยังจุดที่คุณยืนอยู่ปัจจุบัน จากนั้นลองนึกถึงขั้นตอนที่คุณสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่คุณได้ตั้งเป้าไว้

มุมมองระยะยาวนี้จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นชีวิตตัวเองได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น มันเปิดเผยให้เห็นใน

สิ่งที่คุณต้องทำ และสิ่งที่คุณต้องเลิกทำ

หากคุณต้องการไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ และเมื่อคุณรู้แน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณจะพบว่า

คุณสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการกระทำในแต่ละวันและแต่ละชม. ของคุณได้ง่ายขึ้น

ความลับก็คือ คุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้น จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน

“สำรวจทุกครั้งว่าการกระทำของคุณ จะนำพาคุณให้ประสบความสำเร็จรึเปล่า”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

สรุปบทความจาก 12 วิธีคิดชีวิตไม่พลาดเป้า

link ที่เกี่ยวข้อง

บททดสอบง่ายๆคุณมีทัศนคติแบบไหน

บททดสอบง่ายๆคุณมีทัศนคติแบบไหน

ทัศนคติ,คิดบวก

ทัศนคติของคนเรา มีหลากลายรูปแบบในการเรียก แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ผมขอเรียกง่ายๆสองแบบว่า
แบบอุดมสมบูรณ์ และ แบบขาดแคลน
ละกันนะครับ อะไรคือความหมายของทั้งสองคำนี้เราลองมาหาคำตอบกันครับ
ถ้าคุณมีทัศนคติแบบ อุดมสมบูรณ์นั้น
  • คุณจะมีความมั่นใจ
  • มองโลกในแง่ดี
  • ทุ่มเททำงานอย่างมั่นใจเพื่อมุ่งหน้าล่าความฝันของคุณ
  • มองโลกด้วยความชื่นชม คุณจะเชื่อว่าโลกใบนี้วิเศษ มีแต่คนดี และจะรู้สึกว่านี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่

ที่บอกมาทั้งหมดผมไม่ได้บอกว่าคุณจะไม่ตระหนักถึงปัญหานะครับ แต่คุณจะยอมรับว่าปัญหาเหล่านั้นมีอยู่จริงต่างหาก คุณมักจะมองโลกในทางที่มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และจะให้ความสำคัญกับทางออกมากกว่าปัญหา นั้นคือ

คุณจะใส่ใจกับการแก้ปัญหาให้สถานการณ์ดีขึ้น มากกว่าที่จะหมกมุ่นอยู่กับการหาคนมารับผิดชอบ
ถ้าคุณมีทัศนคติแบบ ขาดแคลนนั้น
  • คุณจะเชื่อว่าความสำเร็จเป็นเรื่องของโชค
  • คุณจะเชื่อว่าคนที่ประสบความสำเร็จอาจได้เงินมาจากการโกง
  • คุณจะมองเห็นความไม่ยุติธรรมไปซะทุกๆ แห่ง
  • คุณจะยอมรับข้อแก้ตัวเดิมๆ เช่น “คนรวยก็รวยเอารายเอา คนจนก็มีแต่จนลงจนลง”

เป็นอย่างไรบ้างครับลองคิดแบบอย่าหลอกตัวเองดูซิครับว่า ตอนนี้คุณมีทัศนคติแบบไหน ผมแถมให้อีกอย่างละกัน ถ้าคุณเป็นคนที่มีทัศนคติแบบอุดมสมบูรณ์จริงๆ

คุณจะยืดอกรับผิดชอบต่อตัวเองและทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่กล่าวโทษคนอื่นหรือมัวแต่แก้ตัว

ถ้าคุณไม่มีความสุขกับสถานการณ์อะไรก็ตาม คุณจะพยายามหาทางเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นให้ดีขึ้น และถ้าหากคุณเปลี่ยนมันไม่ได้ คุณจะยอมรับมัน แต่คุณจะไม่บ่น

“จงมีทัศนคติแบบอุดมสมบูรณ์”

แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ

สรุปและคัดลอกจากหนังสือ 12 วิธีคิด ชีวิตไม่มีวันพลาดเป้า

ไอเดียที่ดีมักจะมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ

ไอเดียที่ดีมักโดดเดี่ยว

เมื่ออยู่ดีๆซักวันนึง คุณก็มีไอเดียที่ดีๆผุดขึ้นมาในหัว ยิ่งไอเดียของคุณนั้นดีมากเท่าไหร ในช่วงแรกคนอื่นก็จะยิ่งคิดว่ามันประหลาดมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่คนที่คุณชอบหรือนับถือก็จะคิดอย่างนั้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น คุณจะต้องอดทนสร้างงานโดยลำพังโดยได้รับกำลังใจไม่ถึง 1 ใน 10 จากที่คุณต้องการ นี่เป็นเรื่องปกติ คุณควรจะคาดหมายเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย
จงจำไว้เลยว่าในช่วงเริ่มแรกไอเดียที่ดีมักจะถูกคัดค้านเสมอ
แต่ถ้าคุณสามารถฟันฝ่าความเดียวดายในช่วงเริ่มแรกมาได้ ก็จะมีใครหลายๆคนเข้ามาหาคุณและอยากร่วมทางไปกับคุณด้วย แต่ในบางครั้งที่พวกเขาก้าวเข้ามาอยู่ในวงในแล้ว คุณอาจจะพบว่าเข้าไม่ได้เข้าใจไอเดียคุณอย่างแท้จริง พวกเขาแค่อยากมีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังไปได้สวยเท่านั้นเอง และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ
พวกเขาพร้อมจะทำลายไอเดียของคุณทั้งๆที่มันคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาสนใจในทีแรก
ในท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะบอกคุณอีกครั้งว่าทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้พวกคุณอาจจะได้เจอมันซักครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงแรกอาจจะเดียวดาย พอเริ่มดีขึ้น ก็จะมีคนอยากเข้ามาช่วยและก็อยากจะเปลี่ยนแปลง
จงคิดเสมอว่าอะไรกันแน่ที่คือไอเดียเริ่มต้นของคุณจริงๆ นั้นคือ จุดประสงค์หลักเสมอ

ไอเดียที่ดี ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่มันต้องเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ และคนในสังคมก็อาจจะไม่ได้มีจุดประสงค์เดียวกันกับคุณเสมอไป

“ไอเดียที่ดี มักจะมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ”

“แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ”

Relate link

ไอเดียที่ดีมาจากไหนกันนะ