ขอบคุณสักนิด ก็ดีน่ะ

thx,ขอบคุณ,thank

การแสดงความซาบซึ้ง ขอบคุณบุคคลที่เขาทำอะไรให้คุณก็ตาม มักจะส่งกระทบอย่างรุนแรงเกี่ยวกับมุมมองของพวกเขาที่มีต่อคุณ

จงจำไว้ว่าทุกสิ่งที่มีใครก็ตามทำอะไรให้คุณนั้น ต้องมาพร้อมกับการเสียโอกาสของเขาเสมอ  หมายความว่าเวลาที่เขาหันมาทำอะไรเพื่อคุณนั้น ก็ย่อมมีบางสิ่งที่เขาจะพลาดในการทำเพื่อตัวเองในเวลานั้นไป

คุณอาจหลอกตัวเองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเวลาที่ใครบางคนกำลังยุ่งอยู่
มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะพวกเขาต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วมารับฟังคำขอจากคุณ

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วคุณก็ควรจะกล่าว ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนมาช่วยเหลือคุณใช่ไหมล่ะครับ

ลองดูน่ะครับฝึกการขอบคุณให้เป็นนิสัย แล้วในมุมมองสำหรับคนอื่นคุณจะเป็นคนที่ดูแล้วสำคัญกว่าใคร เชื่อผมซิ

ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนช่วยเหลือ

ขอบคุณครับที่ช่วยอ่านบทความผม

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ทำอย่างไรให้เป็นคนโชคดี

โชคดี,ทำอย่างไร,มีความสุข

โชคดี

ริชาร์ด ไวส์แมน แห่งม.ฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ในอังกฤษ ได้ทำการศึกษา เกี่ยวกับโชคและพบว่า

“คนที่โชคดี” จะมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะโชคดีมากกว่าคนอื่น

1. คนที่โชคดีจะใช้ประโยชน์จากเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้น กับชีวิตของตนโดยแทนที่จะปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาจะใส่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงสามารถดึงประโยชน์มาได้ดีกว่าคนอื่น

2.คนที่โชคดีจะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเต็มใจที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเอง เช่น การอ่านหนังสือเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคย เดินทางไปสถานที่ที่ไม่รู้จัก

3.คนที่โชคดี มักชอบเข้าสังคม ชอบสบตาและยิ้มให้กับผู้อื่น ส่งผลให้ได้พบกับความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกว่าคนทั่วไป รวมทั้งได้รับโอกาสดีๆ มากกว่าบุคคลอื่นด้วย

4.คนที่โชคดี จะมองโลกในแง่ดีและคาดหวังว่าจะมีเรื้องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีบางสิ่งไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พวกเขาก็จะพยายามหาวิธีดึงผลลัพธ์ดีๆ ออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้อยู่ดี มุมมองของพวกเขาสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆได้

ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นคนโชคดีในทุกๆ ด้านของชีวิตแล้วล่ะก็ ลองมาปรับมุมมอง เพื่อที่จะเป็นคนโชคดีกันน่ะครับ

“มาเป็นคนโชคดีกันเถอะ”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

credit : หนังสือ “น่าจะรู้ อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20”

กฎ 10 ข้อ ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

วอเรน,แง่คิด,กฏ

  1. ต้องทำงานหนัก สำหรับวอร์เรนแล้ว เขาฟันธงเลยว่า ส่วนใหญ่แล้วการทำงานหนักจะนำผลกำไรมาให้ ในขณะที่การพูดมากแต่ไม่ทำ กลับจะนำความยากจนมาให้แทน แบบนี้เข้าตำราว่า “อย่ามัวแต่ตั้งท่าชก ให้ชกเลย” จึงจะได้คะแนนการต่อสู้
  2. อย่าขี้เกียจ เขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ว่า “ขนาดกุ้งมังกรตัวโต ถ้ามัวแต่นอนหลับ ยังสามารถถูกกระแสน้ำพัดลอยออกไปได้” หมายความว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย มัวแต่รอคอยความหวัง คุณจะต้องตกอยูในวังวนวิกฤตการณ์ทางการเงินนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
  3. รายรับจากหลายแหล่ง ข้อนี้เป็นเคล็ดลับของมหาเศรษฐีหลายคน ไม่ใช่เฉพาะ วอร์เรน เพราะการหวังพึ่งรายได้จากทางเดียว ทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะที่ไม่แน่นอน เขาแนะนำให้ทำการลงทุนที่ฉลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น มนุษย์เงินเดือน คุณควรมีรายได้ส่วนอื่นจากการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายรับเข้ามาในแต่ล่ะเดือนได้ด้วย
  4. ควบคุมรายจ่ายเมื่อไหรที่คุณเริ่มจ่ายเงินซื้อสิ่งที่คุณไม่มีความต้องการจริงๆ คุณก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจต้องขายสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดแทน ดังนั้นคิดและตั้งสติก่อนที่จะจ่ายเงินซื้ออะไรในชีวิตเสมอ
  5. ตั้งใจออม วอร์เรนเน้นว่าเราอย่ารอเก็บออมเงินที่เหลือหลังจากที่ได้ใช้จ่ายจนพอใจ แต่เราต้องกันเงินส่วนหนึ่งของรายได้มาเพื่อเก็บสะสมก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย หลายคนมักเข้าใจผิด ใช้จ่ายแล้วจึงนำเข้าแบงก์ ที่จริงต้องนำมาออม ก่อนจะไปทำอย่างอื่น
  6. งดกู้ยืม คนที่กู้หนี้ยืมสินจากคนอื่น มักจะตกเป็นทาสของคนที่กู้ยืมไป ดังนั้นต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พยายามอยู่ตามอัตภาพเท่าที่เราหาได้ อย่าไปสร้างหนี้สิน โดยไม่จำเป็น พยายามดำรงชีวิตอยู่ตามหลักความพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว
  7. จัดระบบบัญชี เขาใช้คำคมมาเปรียบเทียบว่า “ไม่มีประโยชน์ที่ถือร่มกันฝน ตราบใดที่รองเท้าที่คุณสวมใส่นั้นยังมีรูรั่วอยู่ เพราะมันทำให้เปียกได้เหมือนกัน” นั้นคือต้องทำให้อย่ามีรูรั่วในบัญชี
  8. หมั่นตรวจสอบ นั้นคือ วอร์เรนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมาก เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ จะเปรียบเสมือนรูรั่วของเรือ รูรั่วเพียงเล็กๆ แต่นานไป สามารถจมเรือลำใหญ่ทั้งลำได้ ดังนั้นมามองข้ามค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายทุกๆ ชนิดเสมอ
  9. จัดการกับความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ตราบเท่าที่ยังโลดแล่นอยู่ในธุรกิจ เขากล่าวว่าเราไม่ควรจะทดสอบความลึกของแม่น้ำที่จะข้ามด้วยขาทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน เพราะเราอาจจมน้ำตายได้ ในการจัดการความเสี่ยงเราต้องมีแผนสำรองเสมอ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องบริหารความเสี่ยงที่กำลังเผชิญอยู่อย่างชาญฉลาดที่สุด
  10. บริหารการลงทุน อย่าเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มลงทุนในสิ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนกับอย่าวางไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียวกัน เพราะถ้าตะกร้าหล่นจะทำให้ไข่แตกหมดทุกใบ ดังนั้นเราต้องกระจายความเสี่ยงเพราะธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ช่วงขาลง แต่อีกธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ในขาขึ้นทำให้ผลประโยชน์โดยรวมยังอยู่ได้

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ