พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (36 แผนที่ชีวิตของพ่อ)

ในหลวง

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจากปัญญา และ ความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง เพื่อนเก่า คือ อัญมณี่ที่นับวันเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม
5. ปฏิบัติกับผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อตนเอง
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้อภัยให้สูง
9. ฟังให้มากๆแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ใครตำหนิ รู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้ม จงอย่ากลัวที่จะลุกขึ้นมาใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานที่หนัก จงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจในลิฟต์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่งที่จะกล่าวคำว่า ขอโทษ
16. อย่าอายที่จะพูดว่าไม่รู้
17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาวิ่งได้ ควรทำสิ่งต่างๆอย่าง ค่อยเป็น ค่อยไป
19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือคนที่ไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน คนที่เงียบก่อน คือผู้ได้รับการสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันล้วนเป้นวันที่สนุกสนาน
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพุดให้ผู้อื่นเข้าใจ มิใช่หน้าที่ที่ผู้อื่นจะทำความเข้าใจ
25. เหรียญเดียวมีสองหน้า ความสำเร็จและความล้มเหลว
26. อย่าตามใจตนเอง เรื่องยุ่งๆ ล้วนเกิดขึ้นจากการตามใจตนเองทั้งสิ้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไว (อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตายวันละ3ครั้ง ชีวิตจะมีสุขและมีการให้อภัย
30. ถ้าติดกระดุมผิดเม็ด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด
31. งานทุกชิ้นต้องกำหนดเวลาวันที่เสร็จ
32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพื่มติมได้ตลอด
33. ดาวเดือนที่สูงอยากได้ต้องปีน บันไดสูง
34. มนุษย์ทกคนมีงานมากมายในชีวิต จงทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35. หนังสือคือศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต

มีโปรเจ็ค แต่ไม่มีเงินทำไงดี

idea,money,ความคิด,ไอเดีย,โปรเจ็ค,เงิน

เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญในช่วงเริ่มต้นธุรกิจของหลายๆ คน เพราะไอเดียดีๆ กับ “เงิน” มันคงล่ะเรื่องกันเลยจริงไหมล่ะครับ
ในเมื่อเราไม่มีเงินทุนหรือมีแต่ยังไม่พอจะทำอย่างไรล่ะครับถ้าไม่ “ขอ” ถ้าเรามี back up ที่ดีอย่างพ่อแม่พี่น้องหรือญาติให้ยืมก็คงดีไป แต่ถ้าไม่มีเราคงต้องหาสถาบันทางการเงินหรือนักลงทุนเข้ามาช่วยแล้วล่ะครับ แต่จะทำอย่างไรให้พวกเค้าเหล่านั้นยอมเอาเงินมาให้คุณกู้หรือยอมมาลงทุนแล้วแบ่งหุ้นด้วยล่ะ

วันนี้ผมมีวิธีดีๆ ในการนำเสนอแผนธุรกิจของคุณต่อคนเหล่านี้ มี 5 ประเด็นสำคัญ พร้อมรึยังครับ…. งั้นมาเริ่มกันเลย

1.ประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ
บ่อยครั้งสำหรับนักธุรกิจมือใหม่จะมุ่งอยู่กับการนำเสนอคอนเซปต์ของธุรกิจ จนลืมเน้นเรื่องผลประโยชน์ต่างๆที่นักลงทุนหรือนายธนาคารจะได้รับจะมา
ในรูปแบบใด นอกจากนี้ยังต้องเน้นเรื่อง
เป้าหมายจริงๆของธุรกิจคืออะไร
เงินทุนที่ต้องใช้จำนวนเท่าไหร
พวกเขาสามารถเห็นผลตอบแทนในอนาคตเมื่อใด
และเพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยควรแทรกเรื่องกลยุทธ์ในการถอนตัวสำหรับพวกเขาด้วยหากเป็นไปได้
แต่!!! ก่อนที่คุณจะเดินเข้าไปคุณกับพวกเขาเหล่านั้น ตอบตัวเองหรือปรึกษากับทีมงานของตัวเองก่อนน่ะครับว่า คุณจะยอมขายหุ้นให้กับเขาหรือ
ใช้วิธีการกู้ยืมเพื่อแลกกับเงินเพื่อมาตั้งบริษัทนี้

2. ให้ข้อมูลที่เป็นธรรม
เพื่อที่จะได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุน คุณต้องแสดงให้เห็นว่าเข้าใจในธุรกิจนั้นจริงๆ

แสดงแผนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่
ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับเงินลงทุนของพวกเขา

ยิงคำพูดเชิงบวกเข้าไปเยอะๆ เช่น “เราทำได้” แต่เหนือสิ่งอื่นใดข้อมูลทุกอย่างต้องเป็นเรื่องจริง
และสามารถปฎิบัติได้ เพราะถ้ามันไม่เป็นเรื่องจริงคือคุยไปโกหกพวกเขา คุณอาจจะต้องพบกับการสูญเสียในระยะยาว เพราะวงการธุรกิจไม่กว้างมากมายอย่างที่คุณคิด

คราวหน้ามาต่อกันอีก 3 ข้อน่ะครับ

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ทำอย่างไรให้เป็นคนโชคดี

โชคดี,ทำอย่างไร,มีความสุข

โชคดี

ริชาร์ด ไวส์แมน แห่งม.ฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ในอังกฤษ ได้ทำการศึกษา เกี่ยวกับโชคและพบว่า

“คนที่โชคดี” จะมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะโชคดีมากกว่าคนอื่น

1. คนที่โชคดีจะใช้ประโยชน์จากเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้น กับชีวิตของตนโดยแทนที่จะปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาจะใส่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงสามารถดึงประโยชน์มาได้ดีกว่าคนอื่น

2.คนที่โชคดีจะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเต็มใจที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเอง เช่น การอ่านหนังสือเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคย เดินทางไปสถานที่ที่ไม่รู้จัก

3.คนที่โชคดี มักชอบเข้าสังคม ชอบสบตาและยิ้มให้กับผู้อื่น ส่งผลให้ได้พบกับความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกว่าคนทั่วไป รวมทั้งได้รับโอกาสดีๆ มากกว่าบุคคลอื่นด้วย

4.คนที่โชคดี จะมองโลกในแง่ดีและคาดหวังว่าจะมีเรื้องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีบางสิ่งไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พวกเขาก็จะพยายามหาวิธีดึงผลลัพธ์ดีๆ ออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้อยู่ดี มุมมองของพวกเขาสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆได้

ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นคนโชคดีในทุกๆ ด้านของชีวิตแล้วล่ะก็ ลองมาปรับมุมมอง เพื่อที่จะเป็นคนโชคดีกันน่ะครับ

“มาเป็นคนโชคดีกันเถอะ”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

credit : หนังสือ “น่าจะรู้ อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20”

กฎ 10 ข้อ ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

วอเรน,แง่คิด,กฏ

  1. ต้องทำงานหนัก สำหรับวอร์เรนแล้ว เขาฟันธงเลยว่า ส่วนใหญ่แล้วการทำงานหนักจะนำผลกำไรมาให้ ในขณะที่การพูดมากแต่ไม่ทำ กลับจะนำความยากจนมาให้แทน แบบนี้เข้าตำราว่า “อย่ามัวแต่ตั้งท่าชก ให้ชกเลย” จึงจะได้คะแนนการต่อสู้
  2. อย่าขี้เกียจ เขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ว่า “ขนาดกุ้งมังกรตัวโต ถ้ามัวแต่นอนหลับ ยังสามารถถูกกระแสน้ำพัดลอยออกไปได้” หมายความว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย มัวแต่รอคอยความหวัง คุณจะต้องตกอยูในวังวนวิกฤตการณ์ทางการเงินนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
  3. รายรับจากหลายแหล่ง ข้อนี้เป็นเคล็ดลับของมหาเศรษฐีหลายคน ไม่ใช่เฉพาะ วอร์เรน เพราะการหวังพึ่งรายได้จากทางเดียว ทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะที่ไม่แน่นอน เขาแนะนำให้ทำการลงทุนที่ฉลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น มนุษย์เงินเดือน คุณควรมีรายได้ส่วนอื่นจากการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายรับเข้ามาในแต่ล่ะเดือนได้ด้วย
  4. ควบคุมรายจ่ายเมื่อไหรที่คุณเริ่มจ่ายเงินซื้อสิ่งที่คุณไม่มีความต้องการจริงๆ คุณก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจต้องขายสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดแทน ดังนั้นคิดและตั้งสติก่อนที่จะจ่ายเงินซื้ออะไรในชีวิตเสมอ
  5. ตั้งใจออม วอร์เรนเน้นว่าเราอย่ารอเก็บออมเงินที่เหลือหลังจากที่ได้ใช้จ่ายจนพอใจ แต่เราต้องกันเงินส่วนหนึ่งของรายได้มาเพื่อเก็บสะสมก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย หลายคนมักเข้าใจผิด ใช้จ่ายแล้วจึงนำเข้าแบงก์ ที่จริงต้องนำมาออม ก่อนจะไปทำอย่างอื่น
  6. งดกู้ยืม คนที่กู้หนี้ยืมสินจากคนอื่น มักจะตกเป็นทาสของคนที่กู้ยืมไป ดังนั้นต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พยายามอยู่ตามอัตภาพเท่าที่เราหาได้ อย่าไปสร้างหนี้สิน โดยไม่จำเป็น พยายามดำรงชีวิตอยู่ตามหลักความพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว
  7. จัดระบบบัญชี เขาใช้คำคมมาเปรียบเทียบว่า “ไม่มีประโยชน์ที่ถือร่มกันฝน ตราบใดที่รองเท้าที่คุณสวมใส่นั้นยังมีรูรั่วอยู่ เพราะมันทำให้เปียกได้เหมือนกัน” นั้นคือต้องทำให้อย่ามีรูรั่วในบัญชี
  8. หมั่นตรวจสอบ นั้นคือ วอร์เรนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมาก เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ จะเปรียบเสมือนรูรั่วของเรือ รูรั่วเพียงเล็กๆ แต่นานไป สามารถจมเรือลำใหญ่ทั้งลำได้ ดังนั้นมามองข้ามค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายทุกๆ ชนิดเสมอ
  9. จัดการกับความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ตราบเท่าที่ยังโลดแล่นอยู่ในธุรกิจ เขากล่าวว่าเราไม่ควรจะทดสอบความลึกของแม่น้ำที่จะข้ามด้วยขาทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน เพราะเราอาจจมน้ำตายได้ ในการจัดการความเสี่ยงเราต้องมีแผนสำรองเสมอ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องบริหารความเสี่ยงที่กำลังเผชิญอยู่อย่างชาญฉลาดที่สุด
  10. บริหารการลงทุน อย่าเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มลงทุนในสิ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนกับอย่าวางไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียวกัน เพราะถ้าตะกร้าหล่นจะทำให้ไข่แตกหมดทุกใบ ดังนั้นเราต้องกระจายความเสี่ยงเพราะธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ช่วงขาลง แต่อีกธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ในขาขึ้นทำให้ผลประโยชน์โดยรวมยังอยู่ได้

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ