จงแยกความจริงออกจากความรู้สึก

ทุกๆ วันในการดำเนินชีวิตของคนเรา ต้องมีเรื่องต่างๆ มากมาย ที่จะต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว งาน เพื่อน สังคม บางครั้งเราไม่อยากจะตัดสินใจแต่เหตุการณ์มันก็บีบบังคับอยู่ดี แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่การตัดสินใจ 1 ในหลายพันครั้ง จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่การตัดสินใจพลาดในบางครั้ง อาจก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ มากมายตามมา โดยเฉพาะการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ การงาน

จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเราจะหาวิธีที่จะลดความเสี่ยงที่จะตัดสินใจพลาดนั้นให้น้อยลงไป วิธีหนึ่งที่ผมใช้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาดลงก็คือ การแยกความจริงออกจากความรู้สึก 

ในหลายๆ ครั้งของการตัดสินใจ มักจะมีเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ จนบางครั้งทำให้เรามองไม่เห็นข้อเท็จจริง ที่แฝงอยู่ในเรื่องนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นkey word สำคัญในการตัดสินใจครั้งนั้นเลยทีเดียวละครับ แล้ว การแยกความจริงออกจากความรู้สึก ต้องทำอย่างไรละครับ การเขียนไงครับ

การเขียน เป็นวิธีง่ายๆ ที่ผมใช้มาโดยตลอด เพราะเวลาที่เราเริ่มต้นเขียน สมองเราจะคิดช้าลง และเห็นภาพชัดขึ้น เขียนทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นลงไปครับ จากนั้นลองค่อยๆอ่านที่เราเขียนว่ามันเป็นเรื่องจริง พิสูจน์ได้ไหม ยิ่งถ้ามีตัวเลขด้วยนั้นคือเรื่องจริงครับ เพราะตัวเลขไม่เคยโกหก(ถ้าไม่เขียนผิดหรือ makeขึ้นมาเองนะ) จากนั้นตัดเรื่องที่เรารู้สึกว่ามันพิสูจน์ไม่ได้ออกไป แล้วนำข้อมูลที่เหลือมาแยกว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย จากนั้นคุณก็จะมีข้อมูลที่ดีและเป็นข้อเท็จจริง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจในเรื่องนั้นๆได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงที่จะพลาดให้น้อยลงครับ

“จงแยกความจริงออกจากความรู้สึก แล้วค่อยตัดสินใจ”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ทำอย่างไรให้ได้ทั้งเงินและความสุข

สิ่งที่รัก,สิ่งที่ถนัด,สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น,สิ่งที่ต้องทำ

องค์ประกอบของสิ่งที่ต้องทำ

สิ่งที่มุ่งมั่นใฝ่ฝันอยากทำมากที่สุดคือ “สิ่งที่รัก”

สิ่งที่ทำได้ดีกว่าใครๆคือ “สิ่งที่ถนัด”

สิ่งที่ทำกำไรให้เราได้คือ “สื่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น”

ถ้าเปรียบสามสิ่งนี้เป็นวงกลม 3 วง

จุดที่ซ้อนทับกันระหว่างวงกลม 3 วง ก็คือ ภารกิจของเรา หรือสิ่งที่เราต้องค้นหาและทำ ๆๆๆๆ ซ้ำไปเรื่อยๆ ถ้าคุณเจอสิ่งที่คุณรักและทำซ้ำๆ จนถนัดมีความเชี่ยวชาญ และสิ่งๆ นั้นที่คุณทำต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

สิ่งๆนั้นจะนำมาซึ่งผลตอบแทนต่างๆ รวมทั้งเงินนั้นเอง และคุณจะมีความสุขกับสิ่งที่คุณทำ แถมได้ผลตอบแทนมาเป็นรางวัลอีกด้วย  คุณก็จะได้ทั้งเงินและความสุขควบคู่กันไป

ออกไปค้นหาสามสิ่งนั้นให้เจอกันเถอะครับ

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (36 แผนที่ชีวิตของพ่อ)

ในหลวง

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจากปัญญา และ ความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง เพื่อนเก่า คือ อัญมณี่ที่นับวันเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม
5. ปฏิบัติกับผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อตนเอง
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้อภัยให้สูง
9. ฟังให้มากๆแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ใครตำหนิ รู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้ม จงอย่ากลัวที่จะลุกขึ้นมาใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานที่หนัก จงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจในลิฟต์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่งที่จะกล่าวคำว่า ขอโทษ
16. อย่าอายที่จะพูดว่าไม่รู้
17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาวิ่งได้ ควรทำสิ่งต่างๆอย่าง ค่อยเป็น ค่อยไป
19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือคนที่ไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน คนที่เงียบก่อน คือผู้ได้รับการสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันล้วนเป้นวันที่สนุกสนาน
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพุดให้ผู้อื่นเข้าใจ มิใช่หน้าที่ที่ผู้อื่นจะทำความเข้าใจ
25. เหรียญเดียวมีสองหน้า ความสำเร็จและความล้มเหลว
26. อย่าตามใจตนเอง เรื่องยุ่งๆ ล้วนเกิดขึ้นจากการตามใจตนเองทั้งสิ้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไว (อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตายวันละ3ครั้ง ชีวิตจะมีสุขและมีการให้อภัย
30. ถ้าติดกระดุมผิดเม็ด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด
31. งานทุกชิ้นต้องกำหนดเวลาวันที่เสร็จ
32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพื่มติมได้ตลอด
33. ดาวเดือนที่สูงอยากได้ต้องปีน บันไดสูง
34. มนุษย์ทกคนมีงานมากมายในชีวิต จงทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35. หนังสือคือศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36. ระเบียบวินัย คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต

ติดีหรือไม่ติดี

ติเตียน,ความคิด,พูดคุยติติง ดีหรือไม่ดี ………..
คิดซิครับ คิด ………

ติติงคือการพูดในสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่น…ต่อหน้าเขา

น้องผู้หญิง…คนอ้วนๆ ….. เอ้ย คนที่สมบูรณ์ที่สุดในห้อง…
ชื่ออะไรคะ…?
สุพรรณี…ค่ะ
หนูสุพรรณีไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง…และถูกใจร้านอาหารนั้นมาก
แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ไม่ถูกใจคือ ………อาหารรสเค็มไปหน่อย….
สุพรรณีเรียก…..บ๋อย บ๋อย…….. ไปตามเจ้าของร้านมาพบหน่อย….
พอเจ้าของร้านมาถึง…
สุพรรณีบอกว่า…แหม…หนูประทับใจที่นี่มากเลย …….มีหลายอย่างที่หนูชอบ
แต่หนูขอติเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ……….อาหารที่นี้รสเค็มไปหน่อยค่ะ…
.
.
นี่คือการติติง…
มันขึ้นอยู่กับว่า….เจ้าของร้านคนนั้น คิดเป็นรึเปล่า….
ถ้าคิดเป็น….ก็ไปปรับปรุง….. บอกให้แม่ครัวว่า…ให้ลดเค็มลงหน่อย…

.

.
แต่ถ้าคิดไม่เป็น…..ก็จะโกรธ โมโห…
แม่ง……เรื่องมากเหลือเกิน …..ติอยู่นั้นแหล่ะ…. ไม่อร่อย….ก็อย่าแดกซิ…..!!!!!!!!!!!
สาระอยู่ตรงไหนทราบกันไหมครับ….
สาระอยู่ตรงที่…คนที่เขาติ….เขาชอบบริการส่วนใหญ่ของร้านอยู่แล้ว…
ไม่ชอบเรื่องเล็กน้อย….. เรื่อง……สองเรื่อง
และที่สำคัญ…
เขาติ….เพราะเขาจะกลับมากินอีก…จะพาเพื่อนๆ มาอีก
เพราะฉะนั้นคิดเอาเองแล้วกันครับ ว่าการติเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เวลาคนอื่นเค้าติเรา เราสมควรจะขอบคุณเค้า ที่ชี้ให้เห็นจุดบกพร่อง หรือโกรธเค้าที่เค้ายุ่งไม่เข้าเรื่องกันแน่

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

จากหนังสือ ต่างที่คิด ชีวิตจึงต่าง เขียนโดย พิพิธ พุ่มแก้ว,สมคิด ลวางกูร

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์แบบง่ายๆ

CX10HF Lightbulb Drawn Onto Paper Whilst Brainstorming for an Idea.

การมีความคิดสร้างสรรค์สำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน แต่คุณทราบไหมครับว่า จริงๆ แล้วมันสามารถสร้างได้ มันไม่ใช่พรสวรรค์ที่ต้องมีมาแต่กำเนิดเท่านั้น ทุกคนสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ได้ และก็เจ้าความคิดสร้างสรรค์นี้แหล่ะครับ ที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต เรามาเรียนรู้การสร้างความคิดสร้างสรรค์กันเถอะครับ พร้อมแล้วลุยกันเลย !!!!!

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์
1.ระดมสมอง
ฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง
แล้วเก็บเอาเรื่องใหม่ๆ ดีๆ มาต่อยอด
2.พัฒนาของเก่าให้กลายเป็นของใหม่
ประยุกต์   ดัดแปลง ต่อเติม
3.เปลี่ยนสภาพแวดล้อม
อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ นานๆ ความคิดจะเหมือนเดิมจำเจ
เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่>>ความคิดจะเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน
4. คิดมุมกลับ
ทำให้เกิดมุมมองที่คาดไม่ถึง
คิดอะไรไม่ออกให้คิดตรงข้าม ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ
5. คิดนอกกรอบ
คิดในสิ่งที่ คนอื่นไม่เคยคิด หรือไม่กล้าแม้แต่จะคิด
คิดในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นไปไม่ได้
และหาวิธีที่จะทำให้มันเป็นไปได้

ลองดูน่ะครับ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์

จะตั้งเป้าหมายชีวิต… ทำไงดี

1.ต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนว่า
ภายใน 3-5-10-12 ปีข้างหน้า คุณจะเป็นอะไร

2.ต้องมีขนาดเป้าหมาย
-ไม่เล็กเกินไปจนไม่ต้องใช้ความพยายาม
-ไม่ใหญ่เกินไปจนเป็นไปไม่ได้

3.ต้องมีระยะเวลาที่แน่นอน
ว่าเป้าหมายนั้นจะเสร็จเมื่อไหร

4.ต้องประกาศให้โลกรู้
-เพื่อกดดันตัวเองจะได้เลิกไม่ได้

5.หาวิธีการ ที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย
– มีกี่วิธี อะไรบ้าง
-เลือกวิธีที่ดีที่สุด เพียงวิธีเดียวเท่านั้น

6. ลงมือทำ
-เมื่อได้วิธีการแล้วต้องลงมือทำทันทีทำเดี๋ยวนี้ NOW!!!!!

7.สัญญากับตัวเอง
-บอกกับตัวเองว่า ไม่สำเร็จกูไม่เลิกกกกกกกกก
-มีวินัยเข้มข้น >>> เดินไปสู่เป้าหมาย โดยไม่แวะข้างทาง (ทำโปรเจคอื่น)

อ้าวๆๆๆ เลิกอ่านได้แล้ว ไปทำซักที 
ใครทำ 7 ข้อนี้สำเร็จ รวยยยยยยยย แน่นอน

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์

ขอบคุณสักนิด ก็ดีน่ะ

thx,ขอบคุณ,thank

การแสดงความซาบซึ้ง ขอบคุณบุคคลที่เขาทำอะไรให้คุณก็ตาม มักจะส่งกระทบอย่างรุนแรงเกี่ยวกับมุมมองของพวกเขาที่มีต่อคุณ

จงจำไว้ว่าทุกสิ่งที่มีใครก็ตามทำอะไรให้คุณนั้น ต้องมาพร้อมกับการเสียโอกาสของเขาเสมอ  หมายความว่าเวลาที่เขาหันมาทำอะไรเพื่อคุณนั้น ก็ย่อมมีบางสิ่งที่เขาจะพลาดในการทำเพื่อตัวเองในเวลานั้นไป

คุณอาจหลอกตัวเองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเวลาที่ใครบางคนกำลังยุ่งอยู่
มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะพวกเขาต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วมารับฟังคำขอจากคุณ

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วคุณก็ควรจะกล่าว ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนมาช่วยเหลือคุณใช่ไหมล่ะครับ

ลองดูน่ะครับฝึกการขอบคุณให้เป็นนิสัย แล้วในมุมมองสำหรับคนอื่นคุณจะเป็นคนที่ดูแล้วสำคัญกว่าใคร เชื่อผมซิ

ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนช่วยเหลือ

ขอบคุณครับที่ช่วยอ่านบทความผม

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

กฎ 10 ข้อ ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

วอเรน,แง่คิด,กฏ

  1. ต้องทำงานหนัก สำหรับวอร์เรนแล้ว เขาฟันธงเลยว่า ส่วนใหญ่แล้วการทำงานหนักจะนำผลกำไรมาให้ ในขณะที่การพูดมากแต่ไม่ทำ กลับจะนำความยากจนมาให้แทน แบบนี้เข้าตำราว่า “อย่ามัวแต่ตั้งท่าชก ให้ชกเลย” จึงจะได้คะแนนการต่อสู้
  2. อย่าขี้เกียจ เขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ว่า “ขนาดกุ้งมังกรตัวโต ถ้ามัวแต่นอนหลับ ยังสามารถถูกกระแสน้ำพัดลอยออกไปได้” หมายความว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย มัวแต่รอคอยความหวัง คุณจะต้องตกอยูในวังวนวิกฤตการณ์ทางการเงินนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
  3. รายรับจากหลายแหล่ง ข้อนี้เป็นเคล็ดลับของมหาเศรษฐีหลายคน ไม่ใช่เฉพาะ วอร์เรน เพราะการหวังพึ่งรายได้จากทางเดียว ทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะที่ไม่แน่นอน เขาแนะนำให้ทำการลงทุนที่ฉลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น มนุษย์เงินเดือน คุณควรมีรายได้ส่วนอื่นจากการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายรับเข้ามาในแต่ล่ะเดือนได้ด้วย
  4. ควบคุมรายจ่ายเมื่อไหรที่คุณเริ่มจ่ายเงินซื้อสิ่งที่คุณไม่มีความต้องการจริงๆ คุณก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจต้องขายสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดแทน ดังนั้นคิดและตั้งสติก่อนที่จะจ่ายเงินซื้ออะไรในชีวิตเสมอ
  5. ตั้งใจออม วอร์เรนเน้นว่าเราอย่ารอเก็บออมเงินที่เหลือหลังจากที่ได้ใช้จ่ายจนพอใจ แต่เราต้องกันเงินส่วนหนึ่งของรายได้มาเพื่อเก็บสะสมก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย หลายคนมักเข้าใจผิด ใช้จ่ายแล้วจึงนำเข้าแบงก์ ที่จริงต้องนำมาออม ก่อนจะไปทำอย่างอื่น
  6. งดกู้ยืม คนที่กู้หนี้ยืมสินจากคนอื่น มักจะตกเป็นทาสของคนที่กู้ยืมไป ดังนั้นต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พยายามอยู่ตามอัตภาพเท่าที่เราหาได้ อย่าไปสร้างหนี้สิน โดยไม่จำเป็น พยายามดำรงชีวิตอยู่ตามหลักความพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว
  7. จัดระบบบัญชี เขาใช้คำคมมาเปรียบเทียบว่า “ไม่มีประโยชน์ที่ถือร่มกันฝน ตราบใดที่รองเท้าที่คุณสวมใส่นั้นยังมีรูรั่วอยู่ เพราะมันทำให้เปียกได้เหมือนกัน” นั้นคือต้องทำให้อย่ามีรูรั่วในบัญชี
  8. หมั่นตรวจสอบ นั้นคือ วอร์เรนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมาก เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ จะเปรียบเสมือนรูรั่วของเรือ รูรั่วเพียงเล็กๆ แต่นานไป สามารถจมเรือลำใหญ่ทั้งลำได้ ดังนั้นมามองข้ามค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายทุกๆ ชนิดเสมอ
  9. จัดการกับความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ตราบเท่าที่ยังโลดแล่นอยู่ในธุรกิจ เขากล่าวว่าเราไม่ควรจะทดสอบความลึกของแม่น้ำที่จะข้ามด้วยขาทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน เพราะเราอาจจมน้ำตายได้ ในการจัดการความเสี่ยงเราต้องมีแผนสำรองเสมอ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องบริหารความเสี่ยงที่กำลังเผชิญอยู่อย่างชาญฉลาดที่สุด
  10. บริหารการลงทุน อย่าเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มลงทุนในสิ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนกับอย่าวางไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียวกัน เพราะถ้าตะกร้าหล่นจะทำให้ไข่แตกหมดทุกใบ ดังนั้นเราต้องกระจายความเสี่ยงเพราะธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ช่วงขาลง แต่อีกธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ในขาขึ้นทำให้ผลประโยชน์โดยรวมยังอยู่ได้

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ