talk5

ถ้าเราจะพูดถึงเทคนิคการพูด ที่สั้นๆและดีๆข้อหนึ่ง ที่อาจจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการจูงใจคนหรือทำให้คนอื่นคล้อยตาม นั้น คงจะหนีไม่พ้น  คำพูดที่ว่า “พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง”
จำคำนี้ให้ขึ้นใจกันเลยนะครับ ก่อนที่จะพูดกับใครไม่ว่าเขาจะเป็นคน ธรรมดาคนนึงหรือคนใหญ่คนโตก็ตาม
ที่ผมพูดว่า ” พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง ” นั้นหมายความว่า
การพูดของเราต้องชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของผู้ฟังโดยตรง ว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไร ไม่ใช่พูดๆๆ แต่ว่าตัวเองอยากได้อะไร อยากให้เขาทำอะไร ถ้าเป็นการพูดอย่างหลังนั้นคนที่ฟังอาจจะทำตามคุณ
แต่เขาไม่เต็มใจจะทำตามแน่นอน เพราะเขาไม่เห็นถึงประโยชน์อันใดที่จะทำตามที่คุณบอก ที่เขาทำไปอาจจะเกรงใจ หรือ เป็นคำสั่งแค่นั้น แต่ถ้าเขาเห็นถึงประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ แน่นอนว่าเขาจะทำสิ่งนั้นที่คุณขอร้องอย่างเต็มใจ
มีตัวอย่าง ง่ายๆครับ จากหนังือ ของคุณนิ้วกลมเล่มหนึ่ง “อาจารย์ในร้านคุ้กกี้”
ซึ่งผมไปเปิดเจอใน web ๆ นึงแล้วชอบมากเลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ
คุณเคยเดินเยาวราชหรือสำเพ็งมั้ยครับ ถ้าเคย
คุณคงจะได้ยินเสียง “ระวังขานะครับ!”  อยู่เรื่อยจากคนเข็นรถเข็นแถวนั้น
ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนอย่างนั้น
แต่กลับเป็น “ขอทางหน่อยครับ”  ”หลีกหน่อยครับ”
เวลาเราได้ฟังคำว่า ระวังขานะครับ เราจะรีบหลบให้เค้าทันที เพราะกลัวจะถูกชนขา
แต่เวลาที่เค้าขอทางหน่อย หลีกหน่อยครับ เรามักจะไม่ค่อยพอใจ เพราะบริเวณนั้นคนเยอะหลีกกันยากอยู่แล้ว
การพูดว่า ระวังขานะครับ จึงเป็นการพูดที่สื่อถึงผู้ฟังได้มากกว่า เพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังโดยตรง เป็นเรื่องของผู้ฟัง
ส่วนแบบอื่นๆเช่น “หลีกหน่อยครับ” เป็นการพูดที่พูดถึงตัวเอง ผู้ฟังจึงรู้สึกมีอคติ และไม่เต็มใจที่จะทำเพราะเขาไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้กลับมา ครับ

ถ้าเราจะพูดถึงเทคนิคการพูด ที่สั้นๆและดีๆข้อหนึ่ง ที่อาจจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการจูงใจคนหรือทำให้คนอื่นคล้อยตาม นั้น คงจะหนีไม่พ้น  คำพูดที่ว่า “พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง”

จำคำนี้ให้ขึ้นใจกันเลยนะครับ ก่อนที่จะพูดกับใครไม่ว่าเขาจะเป็นคนธรรมดาคนนึง หรือคนใหญ่คนโตก็ตาม

ที่ผมพูดว่า “พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง” นั้นหมายความว่า

การพูดของเราต้องชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของผู้ฟังโดยตรง ว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไร ไม่ใช่พูดๆๆ แต่ว่าตัวเองอยากได้อะไร อยากให้เขาทำอะไร ถ้าเป็นการพูดอย่างหลังนั้นคนที่ฟังอาจจะทำตามคุณ

แต่เขาไม่เต็มใจจะทำตามแน่นอน เพราะเขาไม่เห็นถึงประโยชน์อันใดที่จะทำตามที่คุณบอก ที่เขาทำไปอาจจะเกรงใจ หรือ เป็นคำสั่งแค่นั้น แต่ถ้าเขาเห็นถึงประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ แน่นอนว่าเขาจะทำสิ่งนั้นที่คุณขอร้องอย่างเต็มใจ

มีตัวอย่าง ง่ายๆครับ จากหนังสือ ของคุณนิ้วกลมเล่มหนึ่ง “อาจารย์ในร้านคุ้กกี้”

ซึ่งผมไปเปิดเจอใน web ๆ นึงแล้วชอบมากเลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

.

คุณเคยเดินเยาวราชหรือสำเพ็งมั้ยครับ ถ้าเคย

คุณคงจะได้ยินเสียง “ระวังขานะครับ!” อยู่เรื่อยจากคนเข็นรถเข็นแถวนั้น

ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนอย่างนั้น

แต่กลับเป็น “ขอทางหน่อยครับ”  ”หลีกหน่อยครับ”

เวลาเราได้ฟังคำว่า ระวังขานะครับ เราจะรีบหลบให้เค้าทันที เพราะกลัวจะถูกชนขา

แต่เวลาที่เค้าขอทางหน่อย หลีกหน่อยครับ เรามักจะไม่ค่อยพอใจ เพราะบริเวณนั้นคนเยอะหลีกกันยากอยู่แล้ว

การพูดว่า ระวังขานะครับ จึงเป็นการพูดที่สื่อถึงผู้ฟังได้มากกว่า เพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังโดยตรง เป็นเรื่องของผู้ฟัง

ส่วนแบบอื่นๆเช่น “หลีกหน่อยครับ” เป็นการพูดที่พูดถึงตัวเอง ผู้ฟังจึงรู้สึกมีอคติ และไม่เต็มใจที่จะทำเพราะเขาไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้กลับมา ครับ

“พูดให้เขาฟัง ไม่ใช่พูดให้ตัวเองฟัง”

“แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ”