ทำอย่างไรไม่ให้พนักงานลาออก

ใบลาออก,ลาออก,turn over

1.ต้องมี Job description หรือ รายละเอียดของงานอย่างชัดเจน
การมี Job description ที่ชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่การรับสมัครและสัมภาษณ์ เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะทำให้พนักงานใหม่เห็นภาพในเนื้องานที่ตนต้องรับผิดชอบอย่างชัดเจน และเพื่อให้ทั้งพนักงานและบริษัทเข้าใจในทางเดียวกัน ทางบริษัทต้องระบุใน Job description ไปเลยว่างานอะไรคืองานหลัก และงานอะไรคืองานที่สำคัญรองลงมา ถ้าสามารถแบ่งเป็น % ของเวลาในการทำงานได้เลย จะยิ่งดีมาก

2.อย่าเพิ่มงานให้พนักงานโดยไม่จำเป็น
ในมุมมองของนายจ้างการเพิ่มงานและให้พนักงานอาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่า แล้วถ้ามองในมุมกลับกันล่ะครับ ทำงานมากขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม คุณจะทำไหม
3.การประเมินผลที่ชัดเจนมีรูปแบบแน่นอนเป็นรูปธรรม
ควรมีรูปแบบการประเมินที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานได้ทราบถึงประสิทธิภาพในการทำงานของตนเองว่าตนเองเก่งเรื่องอะไรและด้อยเรื่องอะไร เหตุใดผลของการประเมินจึงเป็นเช่นนี้ ซึ่งอาจรวมไปถึงการแจ้ง career patch ให้พนักงานได้ทราบเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงานต่อไป
4.ลดความซ้ำซ้อนของงาน ด้วยการจัดระบบให้ดียิ่งขึ้น
การนำระบบ computer หรือ softwareต่างๆ เข้ามาใช้เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานให้กับพนักงาน ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น เพราะเมื่องานน้อยลงแรงกดดันเนื่องจากการทำงานไม่เสร็จตามกำหนดเวลาก็จะน้อยลงไปด้วย
5.เพิ่มโครงการพัฒนาความรู้
การเพิ่มทักษะความรู้ใหม่ๆ ให้กับพนักงานเป็นสิ่งดีทีเดียว เพราะจะทำให้ไม่เกิดความจำเจในการทำงานแบบเดิมๆ และเมื่อนำความรู้มาปรับใช้ก็จะสามารถทำให้งานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้พนักงานมีความสุขยิ่งขึ้นเช่นกัน
6.แจ้งเป้าหมาย ยอดขาย และกำไรประจำปีให้กับพนักงานทราบ
เมื่อเราแจ้งยอดขายและผลกำไรของบริษัทแล้วยังสามารถนำมาผูกกับเรื่องผลโบนัสของพนักงานเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพนักงาน แถมยังสร้างแรงกระตุ้นให้กับพนักงานด้วยการแจ้งเป้าหมายในปีถัดไปและแจ้งถึงผลรางวัลที่จะมอบให้เมื่อพนักงานสามารถทำได้ถึงเป้าหมายอีกด้วย
7.Fast track ของ STAR
เมื่อเราพบดาวเด่นในองค์กร สิ่งสำคัญที่จะให้พนักงานคนนั้นอยู่กับองค์กรไปอีกนานคือ เส้นทางด่วนสู่เป้าหมาย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเลื่อนตำแหน่งตามระบบของอายุงานแต่เลื่อนเพราะความสามารถ แต่การขยับความสำคัญของดาวเด่นขึ้นเร็วก็มีทั้งผลดีและผลเสียเพราะฉะนั้นวิธีนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังน่ะครับ
8.พัฒนาความรู้ HR พื้นฐาน ให้กับผู้บริหาร
9.ถนอมน้ำใจ
สิ่งนี้สำคัญมากจากประสบการณ์ผมโดยตรงการตำหนิติเตียนต้องมีศิลปะและพูดถนอมน้ำใจให้ได้มากที่สุด สำหรับผม ผมจะตำหนิด้วยการถาม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ สุดท้ายพนักงานจะเข้าใจเองว่าผิดอะไรโดยที่ผมไม่ต้องตำหนิ และหลังจากการถามก็เป็นการสอนวิธีการแก้ไข การให้ความเห็นต่างๆ จงจำไว้เสมอว่า ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะทำในเรื่องผิดพลาด มันต้องมีเหตผลอื่นๆแน่นอนที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และการที่พนักงานเรานั้นทำผิดพลาด ตัวเค้าเองก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปทำร้ายจิดใจเค้าด้วยการด่าและใส่อารมณ์เลยครับ เปลี่ยนเป็นการถนอมน้ำใจด้วยการให้กำลังใจและคำแนะนำดีกว่า

บทความบางส่วนจากอ. Dr Nuttakarn และอ.Pansak BLCSME21

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์แบบง่ายๆ

CX10HF Lightbulb Drawn Onto Paper Whilst Brainstorming for an Idea.

การมีความคิดสร้างสรรค์สำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน แต่คุณทราบไหมครับว่า จริงๆ แล้วมันสามารถสร้างได้ มันไม่ใช่พรสวรรค์ที่ต้องมีมาแต่กำเนิดเท่านั้น ทุกคนสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ได้ และก็เจ้าความคิดสร้างสรรค์นี้แหล่ะครับ ที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต เรามาเรียนรู้การสร้างความคิดสร้างสรรค์กันเถอะครับ พร้อมแล้วลุยกันเลย !!!!!

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์
1.ระดมสมอง
ฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง
แล้วเก็บเอาเรื่องใหม่ๆ ดีๆ มาต่อยอด
2.พัฒนาของเก่าให้กลายเป็นของใหม่
ประยุกต์   ดัดแปลง ต่อเติม
3.เปลี่ยนสภาพแวดล้อม
อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ นานๆ ความคิดจะเหมือนเดิมจำเจ
เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่>>ความคิดจะเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน
4. คิดมุมกลับ
ทำให้เกิดมุมมองที่คาดไม่ถึง
คิดอะไรไม่ออกให้คิดตรงข้าม ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ
5. คิดนอกกรอบ
คิดในสิ่งที่ คนอื่นไม่เคยคิด หรือไม่กล้าแม้แต่จะคิด
คิดในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นไปไม่ได้
และหาวิธีที่จะทำให้มันเป็นไปได้

ลองดูน่ะครับ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์

ธุรกิจในพม่า เริ่มก่อน รวยก่อน

สมคิด,nuttowa

business trip พม่า 11-14 มค

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณ Suwajpong Gig Asawathippaibul เพื่อนสุดเลิฟ อย่างสุดซึ้งที่อยู่ก็ๆ มาชวนไปทริปนี้ ประจวบเหมาะกันดีกับ
อยากหาความท้าทายใหม่ๆในชีวิต ผมเลยร่วมคณะเดินทางไปพม่า เมื่อวันที่ 11-14 มกราคม ที่ผ่านมา นำโดย อ.สมคิด ลวางกูล เพื่อไปดูธุรกิจที่พม่าว่ามีอะไร
น่าทำบ้าง โดยมี ผู้เชียวชาญที่อยู่พม่ากว่า 30 ปี มาเป็นผู้บรรยาย ส่วนผู้จดสรุปมาต้องขอขอบคุณ Suwajpong Gig Asawathippaibul และ Nott Khun ด้วยน่ะครับ

กลุ่ม,business trip
ผมแบ่งเป็น 25 ประเด็นที่สำคัญของพม่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะครับ
1. พม่าปิดประเทศมากว่า 48 ปี เมื่อก่อนเขาเจริญนะจนกระทั่งปิดประเทศ ทุกอย่างโดนแช่แข็งไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เขาเปิดตัวมา ประเทศเขาจะเหมือนเรา 20-30 ปีที่แล้ว การเข้าไปขายของหรือทำตลาด จะว่ายากก้อยาก จะว่าง่ายก้อง่าย
2.ตลาดเขายังไม่ MATURE ยังมีช่องว่างให้เข้าอีกเยอะ แถมมีโอกาสที่แบรนด์ล็กจะสู้แบรนด์ใหญ่ได้ ไม่เหมือนไทยที่แบรนด์ใหญ่เล่นมาถึงรากหญ้าแล้ว
3.พม่าไม่สนใจว่าอยู่ข้างนอกใครเป็นเบอร์ 1 เขาสนแค่ ราคาได้กับผลลัพธ์เกิดเท่านั้น ไม่เน้นว่าผลิตภัณฑ์ต้องรักโลก ไม่ต้องโลกสวย ขอให้ตอบโจทย์ได้ เช่นไบกอน ฉีดทีเดียวต้องตกมาตาย ไม่ต้องรักโลก
4.ดีที่ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ยังไม่ค่อยเข้ามา แต่ทำอะไรต้องดูดีๆ ด้วยเพราะเขามีเพื่อนบ้านคนอื่นนอกจากเรา อินเดีย บังกลาเทศ จีน และลาว ของบางอย่างพี่จีนถูกมาก ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจตายได้
5.ของอะไรใหม่ๆ ที่เข้าไป บางทีเขาไม่รู้จัก ตามไม่ทัน เช่นผ้าอนามัยแถบกาว เข้าไป คนเขายังไม่ใส่ กกน เลย เดี๋ยวแปะผิดแปะถูกกลายเปนของเราไม่ดี ใช้ไม่ได้ผล เราต้องลงแรง educate product เรา อย่างแค่ไบกอนเปลี่ยนแพจเกจจิ้งใหม่ คนไม่ซื้อ บอกว่าของปลอม ต้องใช้เวลาหกเดือนกว่าจะให้เขายอมรับได้
6.ชื่อและฉลากสินค้าควรมีเป็นภาษาอังกฤษให้ผู้บริโภคอ่านว่าใช้ยังไง เพื่ออะไร ลองนึกเราไป 7-11 ที่ทุกอย่างเขียนเปนภาษาอาหรับ แค่เห็นก้อไม่อยากจับละว่ามันทำไรวะ
7.ตลาดบ้านเขาคนมีก้อโคตรรวยเลย ขับแลมโบ โรลสลอย แต่มีแค่แบบ 2% ที่เหลือ โดยฉพาะ ต่างจังหวัด จนมากกกก
8.เปรียบเทียบการทำการตลาดเราต้องทำกับพม่าตอนนี้ให้เหมือน 20 ปีก่อนบ้านรา ยุคที่ซื้อซันไลท์แถมจาน ไรงี้ ตอนนี้เขาเปนแบบนั้น
แต่เดี๋ยวเขาจะpick up ได้เร็วและตามเรามา แต่เราอย่างน้อยสามารถทำนายได้ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร เพราะประเทศเราผ่านช่วงนั้นมา
แล้ว

พม่า,ตลาด,สินค้า
9.Product ที่ควรทำและน่าจะรุ่งสุด คือ consumer product
10.ถ้าเราเข้าไป แล้วขอเป็นตัวแทนของอะไรก็ตามได้ เข้าไปจองที่ไว้ก่อน เช่นตัวแทนยา นุ้นนี่นั่น ต่อไปเราก้อเสือนอนกิน เช่น DKSH เมื่อก่อนเข้าไปทำทัวร์ ตอนนี้เน้นแค่ขายยา เป็น legal distributor
11.ด่านติดไทยมีห้าด่าน ย่างกุ้งเหมือน กทม มีแม่น้ำเข้าถึง แม่น้ำอิระวดี ใหญ่กว่าเจ้าพระยาบ้านเรา
12.ไทยได้เปรียบมาเลย์ สิงคโปร์ตรงที่ เราส่งของเล็กของน้อยไป กล่องสองกล่อง ยังได้ แต่ประเทศไกลๆมันต้องมาเปน container ถึงจะคุ้ม
13.พม่า จ่ายเงินสดอย่างเดียว ซื้อขายออนไลน์ เขายังไม่เวิร์ค เพราะระบบต่างๆยังตามมาซัพพอรต์ไม่ทัน credit card กำลังพยายามเข้ามา

14.จะทำไรพวกขอใบอนุญาตให้รีบทำ ก่อนเขาตั้งรัฐบาลเสร็จ ช่วงสองปีนี้เป็นช่วงพีคเพราะถ้ามีกระทรวงไรขึ้นมาละกฎจะยุ่งยากขึ้น
15.ในย่างกุ้ง คนเล่นมือถือมีอินเตอร์เนตแล้วโดยเฉพาะวัยรุ่น
16.ธุรกิจที่เพิ่งหรือกำลังจะตายในไทย มีโอกาสเฟื่องฟูที่พม่าถ้าดูดีดี เพราะเขากำลังตามเรามา เช่น แมคยีนส์ เมื่อก่อนไทยดัง ตอนนี้กำลังจะตาย แต่พม่าตอนนี้ส่วนใหญ่นุ่งโสร่ง ยีนส์กับ กกน มีโอกาสรุ่งมาก
17.พม่าถ้าจะใช้จ่ายดอลล่าร์ ต้องห้ามพับ และบางที่สามารถใช้จ่ายด้วยเงินบาท
18.ไม่ควรให้หุ้นกับพวกทหารในการทำธุรกิจเพียงคิดว่าจะได้คอนเนคชั่น เพราะถ้าถึงเวลามันเวิร์คจริง พวกทหาารจะบีบบังคับให้เราถอนหุ้นออกโดยปริยาย
19.พม่ายังมีปัญหาเรื่อง transaction ของเงิน ทางที่ดีในการทำธุรกิจคือการ barter ของกัน เอาของจากพม่ามาขายไทย เอาของจากไทยมาขายพม่า

พม่า,ตลาด,สินค้า

20. เนื่องจากพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน ทำให้มีการแบ่งชั้นวรรณะ ถ้าเราทำธุรกิจแล้วซื้อใจคนงานได้ เค้าจะมีความภักดีสูงมาก
21.เพราะพม่าเคยปิดประเทศมาก่อน ข้อดีของเค้าคือการทำงานเป็นทีม การรวมกลุ่มกัน
22.สังเกตว่าที่นี่จะมี japan town, china town, korea town เพราะแต่ละประเทศมาก็จะมาสร้าง community ของตัวเองเพื่อรวมทีม ผนึกกำลังกันทำธุรกิจจะได้มีอำนาจการต่อรองได้ แต่แปลกที่คนไทยมาทำธุรกิจที่นี่เยอะมาก แต่ยังไม่มี thai town เลย
23. พยายามทำธุรกิจที่เป็น one stop service เช่นแค่ขายกาแฟ คุณขายเครื่องทำกาแฟ ถ้วยกาแฟ จานรองกาแฟและอื่นๆพ่วงไปเลย
24.สินค้าที่พม่าจะยอมรับมีสามประเทศหลักๆได้แก่เกาหลี เพราะได้รับอิทธิพลจากซีรี่ย์ / สิงค์โปร์เพราะเค้าเชื่อเรื่องมาตรฐาน และพี่ไทย
25.สินค้าหลักๆที่เค้ากำลังมองหาคือ เครื่องอุปโภคบริโภค ยา กางเกงยีนส์และพวกวัสดุก่อสร้าง

เจดีย์,บุเรงนอง,พม่า
ทำก่อน รวยก่อน รีบเข้ามาทำซะ

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

 

 

ขอขอบคุณ ภาพ และข้อมูลจาก

Suwajpong Gig Asawathippaibul และ Nott Khun ด้วยน่ะครับ

จะตั้งเป้าหมายชีวิต… ทำไงดี

1.ต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนว่า
ภายใน 3-5-10-12 ปีข้างหน้า คุณจะเป็นอะไร

2.ต้องมีขนาดเป้าหมาย
-ไม่เล็กเกินไปจนไม่ต้องใช้ความพยายาม
-ไม่ใหญ่เกินไปจนเป็นไปไม่ได้

3.ต้องมีระยะเวลาที่แน่นอน
ว่าเป้าหมายนั้นจะเสร็จเมื่อไหร

4.ต้องประกาศให้โลกรู้
-เพื่อกดดันตัวเองจะได้เลิกไม่ได้

5.หาวิธีการ ที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย
– มีกี่วิธี อะไรบ้าง
-เลือกวิธีที่ดีที่สุด เพียงวิธีเดียวเท่านั้น

6. ลงมือทำ
-เมื่อได้วิธีการแล้วต้องลงมือทำทันทีทำเดี๋ยวนี้ NOW!!!!!

7.สัญญากับตัวเอง
-บอกกับตัวเองว่า ไม่สำเร็จกูไม่เลิกกกกกกกกก
-มีวินัยเข้มข้น >>> เดินไปสู่เป้าหมาย โดยไม่แวะข้างทาง (ทำโปรเจคอื่น)

อ้าวๆๆๆ เลิกอ่านได้แล้ว ไปทำซักที 
ใครทำ 7 ข้อนี้สำเร็จ รวยยยยยยยย แน่นอน

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์