คิดสำเร็จคิดย้อนจากอนาคต
“จะต้องเป็น CEO” หรือ “จะต้องเป็น CEO ภายใน 5 ปี” อันไหนดูชัดกว่ากัน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือ มองไปข้างหน้าหลายๆ ปี และกำหนดว่าคุณต้องการยืนอยู่จุดไหนเมื่อเวลานั้นมาถึง
ต่อจากนั้นลองจินตนาการว่าคุณยืนอยู่จุดๆ นั้นในอนาคต แล้ว “มองย้อนกลับมา” ยังจุดที่คุณยืนอยู่ปัจจุบัน จากนั้นลองนึกถึงขั้นตอนที่คุณสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่คุณได้ตั้งเป้าไว้
มุมมองระยะยาวนี้จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นชีวิตตัวเองได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น มันเปิดเผยให้เห็นใน
สิ่งที่คุณต้องทำ และสิ่งที่คุณต้องเลิกทำ
หากคุณต้องการไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ และเมื่อคุณรู้แน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณจะพบว่า
คุณสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการกระทำในแต่ละวันและแต่ละชม. ของคุณได้ง่ายขึ้น
ความลับก็คือ คุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้น จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน
“สำรวจทุกครั้งว่าการกระทำของคุณ จะนำพาคุณให้ประสบความสำเร็จรึเปล่า”
แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ
สรุปบทความจาก 12 วิธีคิดชีวิตไม่พลาดเป้า
link ที่เกี่ยวข้อง
No trackbacks yet.
คิดแบบเจ้าของธุรกิจ
about 9 months ago - No comments
เจ้าของธุรกิจคืออะไร จากคำจำกัดความของนักวิชาการท่านนึงที่ชื่อ โฮเวิร์ด เอช สตีเวนสัน กล่าวไว้ว่า ความเป็นเจ้าของธุรกิจ คือแนวคิดที่จำกัดความได้ว่า การค้นหาโอกาสโดยไม่สนใจว่าจะมีทรัพยากรที่ควบคุมได้อยู่เท่าไร หรืออีกนัยนึงคือ เจ้าของธุรกิจนั้นจะคอยมองหาโอกาสอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะมีทรัพยากรอยู่ในมือเท่าไร ซึ่งแตกต่างกับคนที่เป็นลูกจ้าง ที่จะมองไปที่ทรัพยากรที่มีอยู่ หรือที่ขาดอยู่ ซึ่งเป็นเหตผลว่าทำไมคนส่วนมากถึงบอกว่า “ฉันจะสร้างธุรกิจอย่างไร ในเมื่อฉันไม่มีเงินเลย” แต่เจ้าของธุรกิจจะบอกว่า “ตกลงกันให้ได้ก่อนแล้วเราจะหาเงินมาให้” หลักการที่แตกต่างกันนี้เป็นหลักการที่ใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งระหว่าง ลูกจ้างกับเจ้าของธุรกิจ คุณสามารถที่จะเรียนรู้ เกี่ยวกับวิธีคิดแบบนี้ง่ายๆ ด้วยการเริ่มจาก “ความคิด” เวลาคุณเห็นสิ่งของ เช่นรถ หรืออะไรก็ตามราคาแพง ที่คุณอยากจะได้ หลายๆ คนจะคิดว่า “โห ราคาขนาดนี้ ซื้อไม่ไหวหรอก” นี้คือการมองแบบลูกจ้าง คือมองที่ทรัพยากรที่อยู่ก่อน แต่ถ้าคุณเห็นสิ่งของนั้นแล้ว แล้วคุณคิดว่า “ทำ อย่างไร ถึงจะซื้อได้นะ” นั้นคือคุณกำลังมองแบบเจ้าของธุรกิจ เริ่มเปลี่ยนความคิดกันตั้งแต่วันนี้เถอะครับ “ทำอย่างไรถึงจะซื้อได้นะ” แค่ ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ
ข้อแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน
about 10 months ago - 1 comment
สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้หยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่านและได้เห็นบทความที่น่าสนใจชิ้นนึงเกี่ยวกับข้อแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน เลยนำมาฝากเพื่อนๆ ให้ลองอ่านดูนะครับ คนรวยมองเห็นแผนการ และขั้นตอนอย่างชัดเจน ว่าเขาจะทำอะไร อย่างไร เมื่อไร ในขณะที่คนจนมักพูดว่า “ฉันอยากรวย” แต่ ไม่ได้ลงมือทำซักที คนรวยบอกตัวเองว่า เขากำลังจะทำอะไรและลงมือเรียนรู้ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานเข้ามาเสริม ในขณะที่คนจนบอกว่า “ฉันไม่รวยเสียที เพราะไม่มีความรู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น” คนรวยที่อายุมากบอกกับตัวเองว่า ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายปีที่ฉัน จะทำโครงการมากมายได้ตาความฝัน ในขณะที่คนจนมักพูดว่า “ตายละ อายุปูนนี้แล้วจะไปทำอะไรได้” คนรวยที่อายุน้อยบอกกับตัวเองว่า โชคดีจริงๆ ที่ฉันมีพลังงานของความเป็นหนุ่มสาว ในขณะที่คนจนบอกว่า “เฮ้อ อายุแค่นี้ จะไปทำอะไรได้” ประโยคติดลบของคนจนที่ไม่มีวันรวย เต็มไปด้วยมุมมองและทัศนคติต่อตนเองในทางที่ไม่ดี “ชาตินี้สงสัยฉันไม่มีวันรวยหรอก เพราะฉันไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่ถนัดเรื่องธุรกิจ ไม่ชอบคิดเลข ไม่มีนามสกุลดัง ไม่มีเส้น ไม่เป็นคนสำคัญ ไม่เคยมีพ่อแม่บอกวิธีรวย ไม่มีโอกาส ขาดช่องทาง ร้างความฝันและแรงบันดาลใจ” คำพูดที่ออกจากปากคนเราบ่อยๆ มักสะท้อนวิธีคิดที่อยู่ข้างใน และวิธีคิดของแต่ละคนนี่เอง ที่เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตให้กับคนๆ นั้น “คุณคิดกับตัวคุณอย่างไร คุณก็จะได้เป็นอย่างนั้น” More >
บททดสอบง่ายๆคุณมีทัศนคติแบบไหน
about 1 year ago - 3 comments
ทัศนคติของคนเรา มีหลากลายรูปแบบในการเรียก แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ผมขอเรียกง่ายๆสองแบบว่า แบบอุดมสมบูรณ์ และ แบบขาดแคลน ละกันนะครับ อะไรคือความหมายของทั้งสองคำนี้เราลองมาหาคำตอบกันครับ ถ้าคุณมีทัศนคติแบบ อุดมสมบูรณ์นั้น คุณจะมีความมั่นใจ มองโลกในแง่ดี ทุ่มเททำงานอย่างมั่นใจเพื่อมุ่งหน้าล่าความฝันของคุณ มองโลกด้วยความชื่นชม คุณจะเชื่อว่าโลกใบนี้วิเศษ มีแต่คนดี และจะรู้สึกว่านี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่ ที่บอกมาทั้งหมดผมไม่ได้บอกว่าคุณจะไม่ตระหนักถึงปัญหานะครับ แต่คุณจะยอมรับว่าปัญหาเหล่านั้นมีอยู่จริงต่างหาก คุณมักจะมองโลกในทางที่มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และจะให้ความสำคัญกับทางออกมากกว่าปัญหา นั้นคือ คุณจะใส่ใจกับการแก้ปัญหาให้สถานการณ์ดีขึ้น มากกว่าที่จะหมกมุ่นอยู่กับการหาคนมารับผิดชอบ ถ้าคุณมีทัศนคติแบบ ขาดแคลนนั้น คุณจะเชื่อว่าความสำเร็จเป็นเรื่องของโชค คุณจะเชื่อว่าคนที่ประสบความสำเร็จอาจได้เงินมาจากการโกง คุณจะมองเห็นความไม่ยุติธรรมไปซะทุกๆ แห่ง คุณจะยอมรับข้อแก้ตัวเดิมๆ เช่น “คนรวยก็รวยเอารายเอา คนจนก็มีแต่จนลงจนลง” เป็นอย่างไรบ้างครับลองคิดแบบอย่าหลอกตัวเองดูซิครับว่า ตอนนี้คุณมีทัศนคติแบบไหน ผมแถมให้อีกอย่างละกัน ถ้าคุณเป็นคนที่มีทัศนคติแบบอุดมสมบูรณ์จริงๆ คุณจะยืดอกรับผิดชอบต่อตัวเองและทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่กล่าวโทษคนอื่นหรือมัวแต่แก้ตัว ถ้าคุณไม่มีความสุขกับสถานการณ์อะไรก็ตาม คุณจะพยายามหาทางเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นให้ดีขึ้น และถ้าหากคุณเปลี่ยนมันไม่ได้ คุณจะยอมรับมัน แต่คุณจะไม่บ่น “จงมีทัศนคติแบบอุดมสมบูรณ์” แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ สรุปและคัดลอกจากหนังสือ 12 วิธีคิด ชีวิตไม่มีวันพลาดเป้า
ไอเดียที่ดีมักจะมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ
about 1 year ago - 1 comment
เมื่ออยู่ดีๆซักวันนึง คุณก็มีไอเดียที่ดีๆผุดขึ้นมาในหัว ยิ่งไอเดียของคุณนั้นดีมากเท่าไหร ในช่วงแรกคนอื่นก็จะยิ่งคิดว่ามันประหลาดมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่คนที่คุณชอบหรือนับถือก็จะคิดอย่างนั้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น คุณจะต้องอดทนสร้างงานโดยลำพังโดยได้รับกำลังใจไม่ถึง 1 ใน 10 จากที่คุณต้องการ นี่เป็นเรื่องปกติ คุณควรจะคาดหมายเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย จงจำไว้เลยว่าในช่วงเริ่มแรกไอเดียที่ดีมักจะถูกคัดค้านเสมอ แต่ถ้าคุณสามารถฟันฝ่าความเดียวดายในช่วงเริ่มแรกมาได้ ก็จะมีใครหลายๆคนเข้ามาหาคุณและอยากร่วมทางไปกับคุณด้วย แต่ในบางครั้งที่พวกเขาก้าวเข้ามาอยู่ในวงในแล้ว คุณอาจจะพบว่าเข้าไม่ได้เข้าใจไอเดียคุณอย่างแท้จริง พวกเขาแค่อยากมีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังไปได้สวยเท่านั้นเอง และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ พวกเขาพร้อมจะทำลายไอเดียของคุณทั้งๆที่มันคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาสนใจในทีแรก ในท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะบอกคุณอีกครั้งว่าทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้พวกคุณอาจจะได้เจอมันซักครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงแรกอาจจะเดียวดาย พอเริ่มดีขึ้น ก็จะมีคนอยากเข้ามาช่วยและก็อยากจะเปลี่ยนแปลง จงคิดเสมอว่าอะไรกันแน่ที่คือไอเดียเริ่มต้นของคุณจริงๆ นั้นคือ จุดประสงค์หลักเสมอ ไอเดียที่ดี ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่มันต้องเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ และคนในสังคมก็อาจจะไม่ได้มีจุดประสงค์เดียวกันกับคุณเสมอไป “ไอเดียที่ดี มักจะมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ” “แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ” Relate link ไอเดียที่ดีมาจากไหนกันนะ
ไอเดียที่ดีจะมาจากไหนกันนะ
about 1 year ago - 2 comments
ลองดูในคลิปนี้ดีๆนะครับ รับรองว่ามีคำตอบดีๆมาเฉลยแน่นอน ว่าไอเดียที่ดีส่วนใหญ่นั้นมาจากไหนกัน relate link ไอเดียที่ดีมักมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ
ความคิดลบ:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่2
about 1 year ago - 1 comment
มีคนจำนวนมากมายบนโลกนี้ที่คิดแต่ด้านลบ แน่นอนครับว่าเรารู้จักพวกเขาดี เพราะจริงๆแล้วทุกคนก็มีความคิดลบกันทั้งนั้นและจะมีมากขึ้นเมื่ออยู่ในยามที่เรากังวลหรือไม่มีความมั่นใจ บางคนไม่มั่นใจ ว่าตัวเองว่าไม่ฉลาดบ้างหละ ไม่เก่งบ้างหละ หรือคุณอาจจะเคยได้ยินเพื่อนหรือญาติสนิทบอกว่า “จะเป็นไปได้หรือ” “ถ้าดีจริงก็มีคนทำไปตั้งนานแล้ว” เมื่อคุณได้ยินเสียงพวกนี้แน่นอนว่าคุณจะกังวล ไม่กล้าเดินหน้าและในท้ายที่สุดแล้ว โอกาสดีๆที่อยู่ตรงหน้า ก็จะเลยผ่านคุณไปต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว คนส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอยู่ที่การคิดลบในตอนแรกก่อนที่เขาจะลงมือทำอะไรซักอย่าง ความคิดด้านลบเหล่านี้หลายๆครั้งที่มันทำให้เรากลายเป็นคนที่มองเห็นแต่ข้อเสีย และมันก็อาจทำให้เราตาบอด แต่ถ้าคุณได้ลองคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้วคุณจะได้เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นนั้นก็คือ “โอกาส” ผมมีวิธีแนะนำง่ายมาแนะนำครับก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรที่คิดว่านั้นคือโอกาสลองเขียนเหตุผลต่างๆที่สิ่งนั้นจะเป็นไปได้ดูครับแล้วคุณอาจจะเห็นโอกาสและจับโอกาสที่อยู่ตรงหน้าคุณได้สำเร็จก็ได้ครับ จงหาเหตุผลที่มันจะเป็นไปได้ ไม่ใช่หาเหตุผลที่มันจะเป็นไปไม่ได้ “แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ” link ที่เกี่ยวข้อง อุปนิสัย:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนสุดท้าย ความขี้เกียจ:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่3 อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่ 1:ความกลัว
อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่ 1:ความกลัว
about 1 year ago - 1 comment
ความกลัวที่ว่านี้คือความกลัวว่าจะต้องเสียเงินลงทุนครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ชอบเสียเงิน แล้วก็ไม่มีคนรวยคนไหนที่ไม่เคยเสียเงินเช่นกัน ทุกๆคนกลัวที่จะต้องเสียเงินกันทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความกลัวหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ “เราจะจัดการกับความกลัวนั้นได้อย่างไร” สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรวยต่างจากคนจนคือตรงนี้ครับ “วิธีจัดการกับความกลัว” หลายๆคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องการเงิน เพราะเขาระแวดระวังมากเกินไป กลัวมากที่จะต้องสูญเสีย และแน่นอนเขาได้สูญเสียจริงๆ ในความเป็นจริงแล้วความพ่ายแพ้มักจะมาก่อนการชนะเสมอ หลายๆคนมองคนที่ประสบความสำเร็จและอยากเป็นอย่างเขาบ้างแต่ไม่เคย มองเลยว่าก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้นเขาได้ผ่านความล้มเหลวหรืออุปสรรคอะไรมาบ้าง มีใครบ้างไหมครับที่ก่อนขี่จักรยานเป็นไม่เคย ล้มเลย แต่เมื่อเราอยากขี่เป็นเราก็ต้องลุกขึ้นและพยายามขี่ต่อไป จนในที่สุดก็ขี่ได้คล่อง สำหรับผู้ชนะนั้นความพ่ายแพ้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขา เอาชนะ แต่สำหรับคนแพ้นั้น ความพ่ายแพ้จะเอาชนะพวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นคือโอกาส จงลงทุนกับสิ่งนั้น อย่าปล่อยให้มันหลุดมือไปเด็ดขาดนะครับ สรุปจากบางบทความของหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ครับ ความกลัวที่ว่านี้คือความกลัวว่าจะต้องเสียเงินลงทุนครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ชอบเสียเงิน แล้วก็ไม่มีคนรวยคนไหนที่ไม่เคยเสียเงินเช่นกัน ทุกๆคนกลัวที่จะต้องเสียเงินกันทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความกลัวหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ “เราจะจัดการกับความกลัวนั้นได้อย่างไร” สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรวยต่างจากคนจนคือตรงนี้ครับ “วิธีจัดการกับความกลัว” หลายๆคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องการเงิน เพราะเขาระแวดระวังมากเกินไป กลัวมากที่จะต้องสูญเสีย และแน่นอนเขาได้สูญเสียจริงๆ ในความเป็นจริงแล้วความพ่ายแพ้มักจะมาก่อนการชนะเสมอ หลายๆคนมองผู้ที่ประสบความสำเร็จและอยากเป็นอย่างเขาบ้างแต่ไม่เคย มองเลยว่าก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้นเขาได้ผ่านความล้มเหลวหรืออุปสรรคอะไรมาบ้าง มีใครบ้างไหมครับที่ก่อนขี่จักรยานเป็นไม่เคย ล้มเลย แต่เมื่อเราอยากขี่เป็นเราก็ต้องลุกขึ้นและพยายามขี่ต่อไป จนในที่สุดก็ขี่ได้คล่อง สำหรับผู้ชนะนั้นความพ่ายแพ้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาเอาชนะ แต่สำหรับคนแพ้นั้น ความพ่ายแพ้จะเอาชนะพวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นคือ โอกาส More >
คนสำเร็จเขาคิดกันอย่างไร
about 2 years ago - No comments
“คิดแบบเด็กแต่ทำแบบผู้ใหญ่”
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรครับ
ประโยคนี้เป็นประโยคที่ลึกซึ้งมากทีเดียว การที่ท่านบอกว่าให้คิดแบบเด็กนั้นไม่ใช่ให้งอแง ติ๊งต๋อง แบบเด็กๆหน่ะครับ แต่ในมุมมองที่ท่านต้องการสื่อออกมานั้นคือเด็ก มักมีจินตนาการ มากกว่า ผู้ใหญ่ เพราะอะไรหล่ะครับ เพราะคำว่า ประสบการณ์ไงครับที่ทำให้เด็กเหล่านั้นมีจินตนาการไปได้ไกลกว่าผู้ใหญ่ และมักคิดว่า สิ่งนู้นเป็นไปได้จริง สิ่งนี้เป็นไปได้จริงๆ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่อาจจะเริ่มต้นคิดแบบเด็กครับ ถ้ามองในสิ่งเดียวกัน แต่ในท้ายที่สุด ผู้ใหญ่ก็จะมีคำว่า เป็นไปไม่ได้หรอก จาก…. ที่เราเคยได้ยินมาบ้าง เคยเห็นมาบ้าง นั้นหล่ะครับคือประสบการณ์ที่คอยบดบังจินตนการ และความเชื่อมว่านั้น คือสิ่งที่เป็นไปได้ของผู้ใหญ่ และความที่เราเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นไปได้นันคือ จุดกำเนิดของความสำเร็จแล้วหล่ะครับ มาถึงในส่วนที่สองที่ท่านบอกว่าให้ทำแบบผู้ใหญ่ นั้นหมายความว่า การที่เมื่อเราคิดแล้ว และจะลงมือทำต้องลงมือแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน นั้นคืด มีการวางแผน และการปฎิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรรุเป้าหมายไม่ใช่เหมือนเด็กที่ทำไรแบบ ลุยๆไป ขอไปทีไม่มีการตั้งเป้า วางแผน ทำไปซักพักก็เลิกทำ เพราะเบื่อ นั้นแหล่ะครับคือการกระทำของเด็กอย่างแท้จริง ลองคิดดูหน่ะครับว่าจริงไหม
“แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ”
การคิดเหนือเรื่องจุกจิก เพื่อประสบความสำเร็จ
about 2 years ago - No comments
ถ้าพูด ง่ายๆโดยสรุปนั้น ถ้าคนเรามัวแต่สนใจเรื่องบางเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง สิ่งพวกนั้นอาจจะเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เราประสบความสำเร็จใน อนาคตได้ ส่วนวิธีที่จะทำให้เราคิดเหนือเรื่องพวกนั้นได้ มีอยู่สามขั้นตอน 1. มุ่งที่จุดประสงค์หลักของสิ่งนั้น>> เราต้องการจะทำ อะไร ให้ มองที่ภาพใหญ่ของมันและมุ่งไปให้ถึง 2. มันสำคัญ จริงๆ หรือ>> สิ่งที่เรา กำลัง ทำอยู่นั้น มัน สำคัญ ต่อจุดประสงค์ของเราจริงรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ อย่าไป เสียเวลาทำมันเลย เช่น หน้าที่ ของหัวหน้าคือดูแล ลูกน้อง ไม่ใช่การจับผิด 3. อย่าตกเป็นเหยื่อของเรื่องเล็กๆ น้อยๆ >> คนส่วนใหญ่ เวลาพูดต่อหน้าคนเยอะๆ มักจะพะวงเรื่อง รูปลักษณ์ หรือท่าทาง ซึ่งเป็น สิ่งไม่จำเป็น สิ่งที่จำเป็น อยู่ที่ การจะพูดยังไง แล้วทำให้คน ทั้งหมดเข้าใจ นั้นมากกว่า…. ลองอ่านคำถามนี้ ถ้ามีรถคันนึงขับมาปาดหน้ารถที่คุณกำลังขับอยู่ คุณจะคิดยังไง ไอ้บ้าเอ้ยจะรีบไปต า ย More >
ความคิด กับความฉลาด
about 2 years ago - No comments
คนหลายๆคนเคยกล่าวไว้ว่า ความคิดตัวชี้นำความฉลาดนั้น สำคัญกว่าความฉลาดของคนเรานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น มีตัวชี้นำความคิดที่ดี งงหรือเป่าครับท่านผู้อ่าน ว่า อะไรคือตัวชี้นำความคิด ตัวชี้นำความคิดก็คือ ทัศนคติ นั้นเอง ถ้าคุณมีทัศนคติที่เป็นบวก อยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีปริมาณความฉลาดมากหรือน้อยเพียงใด คุณก้อมีสิทธ์ ที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นปัจจัยอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จก็คือ ทัศนคติที่เป็นบวก น่ะครับ “ความรู้คือ อำนาจ ” คำพูดนี้ถูกน่ะครับแต่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว ถ้าจะให้ถูกเต็มๆ ก็คือ “ความรู้ คือ อำนาจ เมื่อเราสามารถ นำมันไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์” และสิ่งที่ จะทำให้เราเอาความรู้ไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์นั้น ทัศนคติ ที่ดีครับ








about 6 months ago
รู้สึกเหมือนอ่านหนังสือ จิตวิทยา