สูตรความสำเร็จของ องค์กร จาก คุณ วิกรม

ปัจจัยการทำงานในองค์กรให้ ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงตัวสินค้าที่ดี มีตลาดที่ดีรองรับ หรือ แม้แต่การมีราคาที่ดีเท่านั้น สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึงคือ “บุคคล” ที่บริหารองค์กรจนกลายมาเป็น “ภาพลักษณ์ “ หรือ ” สัญลักษณ์ “ ขององค์กรนั้นๆ ที่จะต้องมี “หัวใจแห่งการบริหาร” เป็นและ ความมุ่งมั่นความอดทนที่จะไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค ความเด็ดเดี่ยว ความเป็นผู้นำที่จะทำให้ “งานขาย” ประสบความสำเร็จ เพราะจะสามารถนำทีมและความเชื่อมั่นให้กับผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี ถ้าผู้นำไม่เข็มแข็ง ไม่กล้าตัดสินใจหรือยกธงขาวได้ ง่ายๆ แล้ว ลูกน้องจะเอากำลังใจจากไหน
ผู้นำที่ดีแม้ว่าจะเจ็บปางตางหรือแบกรับปัญหา หนักหนาขนาดไหนหน้าตาต้องยิ้มแย้มเข้าไว้ไม่แสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น ไม่ใช้อารมณ์และไม่เอาเรื่องไร้สาระมาพูดมาบ่นให้ผู้อื่นฟังเพื่อขอความเห็นใจใดๆ และเมื่อ การขาย ประสบความสำเร็จย่อมจะนำมาซึ่ง รายได้ ให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง เมื่อองค์กรมีรายได้ดีมีกำไรดีแล้ว ถึงจะสามารถนำผลกำไรมาขยายต่อยอดไปได้อีก เป็นวัฏจักรเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ตาม
บทความ จากหนังสือ ผมจะเป็นคนดี ตอน ” ก่อร่างสร้างธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ ” ของ คุณวิกรม กรมดิษฐ์
“แค่ฉุกคิดชีวิตสำเร็จ”
No comments yet.
No trackbacks yet.
ไอเดียที่ดีจะมาจากไหนกันนะ
about 1 year ago - 2 comments
ลองดูในคลิปนี้ดีๆนะครับ รับรองว่ามีคำตอบดีๆมาเฉลยแน่นอน ว่าไอเดียที่ดีส่วนใหญ่นั้นมาจากไหนกัน relate link ไอเดียที่ดีมักมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ
เดินเร็วขึ้นมั่นใจมากขึ้น
about 1 year ago - No comments
นักจิตวิทยาเชื่อว่า ท่าทางการเคลื่อนไหวของคนเรามีความสัมพันธ์กับทัศนคติของคนๆนั้นในขณะนั้น คนที่ผิดหวังอย่างรุนแรง หรือท้อแท้หมดหวังจริงๆ จะเดินแบบกระย่องกระแย่งและล้มลงในที่สุด ก็เพราะความมั่นใจในตนเองเป็นศูนย์ คนทั่วไปจะเดินด้วยความเร็ว “ปานกลาง” ความก้าวหน้าของพวกเขาก็ปานกลาง หน้าตาท่าทางของพวกเขาบอกว่า “ฉันไม่ค่อยจะมีความภูมิใจในตัวเองเท่าไหรนักหรอก” ส่วนกลุ่มที่สาม คนกลุ่มนี้แสดงออกถึงความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม พวกเขาจะเดินเร็วกว่าคนอื่นโดยเฉลี่ย และพวกเขาเดินจะคล้ายๆกับวิ่งนิดๆ ท่าเดินของพวกเขาประกาศให้โลกรู้อยู่ว่า “ผมกำลังจะไปที่สำคัญ มีสิ่งสำคัญที่จะต้องทำ มากยิ่งกว่านั้น ผมกำลังจะประสบความสำเร็จ” แล้วคุณล่ะครับเดินแบบไหนกัน ลองเดินเร็วขึ้นซัก 25%จากปกติ เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ ยืดไหล่ เงยหน้า แล้วคุณจะรู้สึกว่าความมั่นใจของตนเองมีมากขึ้น ลองทำดูตั้งแต่พรุ่งนี้เลยครับ แล้วคอยมาดูผลกัน “เดินเร็วขึ้น 25% เพิ่มความมั่นใจ” “แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ”
ความคิดลบ:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่2
about 1 year ago - 1 comment
มีคนจำนวนมากมายบนโลกนี้ที่คิดแต่ด้านลบ แน่นอนครับว่าเรารู้จักพวกเขาดี เพราะจริงๆแล้วทุกคนก็มีความคิดลบกันทั้งนั้นและจะมีมากขึ้นเมื่ออยู่ในยามที่เรากังวลหรือไม่มีความมั่นใจ บางคนไม่มั่นใจ ว่าตัวเองว่าไม่ฉลาดบ้างหละ ไม่เก่งบ้างหละ หรือคุณอาจจะเคยได้ยินเพื่อนหรือญาติสนิทบอกว่า “จะเป็นไปได้หรือ” “ถ้าดีจริงก็มีคนทำไปตั้งนานแล้ว” เมื่อคุณได้ยินเสียงพวกนี้แน่นอนว่าคุณจะกังวล ไม่กล้าเดินหน้าและในท้ายที่สุดแล้ว โอกาสดีๆที่อยู่ตรงหน้า ก็จะเลยผ่านคุณไปต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว คนส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอยู่ที่การคิดลบในตอนแรกก่อนที่เขาจะลงมือทำอะไรซักอย่าง ความคิดด้านลบเหล่านี้หลายๆครั้งที่มันทำให้เรากลายเป็นคนที่มองเห็นแต่ข้อเสีย และมันก็อาจทำให้เราตาบอด แต่ถ้าคุณได้ลองคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้วคุณจะได้เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นนั้นก็คือ “โอกาส” ผมมีวิธีแนะนำง่ายมาแนะนำครับก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรที่คิดว่านั้นคือโอกาสลองเขียนเหตุผลต่างๆที่สิ่งนั้นจะเป็นไปได้ดูครับแล้วคุณอาจจะเห็นโอกาสและจับโอกาสที่อยู่ตรงหน้าคุณได้สำเร็จก็ได้ครับ จงหาเหตุผลที่มันจะเป็นไปได้ ไม่ใช่หาเหตุผลที่มันจะเป็นไปไม่ได้ “แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ” link ที่เกี่ยวข้อง อุปนิสัย:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนสุดท้าย ความขี้เกียจ:อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่3 อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่ 1:ความกลัว
อุปสรรคขัดขวางความสำเร็จตอนที่ 1:ความกลัว
about 1 year ago - 1 comment
ความกลัวที่ว่านี้คือความกลัวว่าจะต้องเสียเงินลงทุนครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ชอบเสียเงิน แล้วก็ไม่มีคนรวยคนไหนที่ไม่เคยเสียเงินเช่นกัน ทุกๆคนกลัวที่จะต้องเสียเงินกันทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความกลัวหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ “เราจะจัดการกับความกลัวนั้นได้อย่างไร” สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรวยต่างจากคนจนคือตรงนี้ครับ “วิธีจัดการกับความกลัว” หลายๆคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องการเงิน เพราะเขาระแวดระวังมากเกินไป กลัวมากที่จะต้องสูญเสีย และแน่นอนเขาได้สูญเสียจริงๆ ในความเป็นจริงแล้วความพ่ายแพ้มักจะมาก่อนการชนะเสมอ หลายๆคนมองคนที่ประสบความสำเร็จและอยากเป็นอย่างเขาบ้างแต่ไม่เคย มองเลยว่าก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้นเขาได้ผ่านความล้มเหลวหรืออุปสรรคอะไรมาบ้าง มีใครบ้างไหมครับที่ก่อนขี่จักรยานเป็นไม่เคย ล้มเลย แต่เมื่อเราอยากขี่เป็นเราก็ต้องลุกขึ้นและพยายามขี่ต่อไป จนในที่สุดก็ขี่ได้คล่อง สำหรับผู้ชนะนั้นความพ่ายแพ้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขา เอาชนะ แต่สำหรับคนแพ้นั้น ความพ่ายแพ้จะเอาชนะพวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นคือโอกาส จงลงทุนกับสิ่งนั้น อย่าปล่อยให้มันหลุดมือไปเด็ดขาดนะครับ สรุปจากบางบทความของหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ครับ ความกลัวที่ว่านี้คือความกลัวว่าจะต้องเสียเงินลงทุนครับ ไม่มีใครหรอกครับที่ชอบเสียเงิน แล้วก็ไม่มีคนรวยคนไหนที่ไม่เคยเสียเงินเช่นกัน ทุกๆคนกลัวที่จะต้องเสียเงินกันทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความกลัวหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ “เราจะจัดการกับความกลัวนั้นได้อย่างไร” สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรวยต่างจากคนจนคือตรงนี้ครับ “วิธีจัดการกับความกลัว” หลายๆคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องการเงิน เพราะเขาระแวดระวังมากเกินไป กลัวมากที่จะต้องสูญเสีย และแน่นอนเขาได้สูญเสียจริงๆ ในความเป็นจริงแล้วความพ่ายแพ้มักจะมาก่อนการชนะเสมอ หลายๆคนมองผู้ที่ประสบความสำเร็จและอยากเป็นอย่างเขาบ้างแต่ไม่เคย มองเลยว่าก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้นเขาได้ผ่านความล้มเหลวหรืออุปสรรคอะไรมาบ้าง มีใครบ้างไหมครับที่ก่อนขี่จักรยานเป็นไม่เคย ล้มเลย แต่เมื่อเราอยากขี่เป็นเราก็ต้องลุกขึ้นและพยายามขี่ต่อไป จนในที่สุดก็ขี่ได้คล่อง สำหรับผู้ชนะนั้นความพ่ายแพ้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาเอาชนะ แต่สำหรับคนแพ้นั้น ความพ่ายแพ้จะเอาชนะพวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นคือ โอกาส More >
อย่ารอให้พร้อมที่สุดก่อนค่อยลงมือทำ
about 1 year ago - 4 comments
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า รอโอกาสที่เหมาะสมที่สุดก่อนแล้วถึงจะเริ่มลงมือทำ แต่กว่าจังหวะนั้นจะมาถึง คนอื่นก็ทำกันไปหมดแล้ว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ก่อนที่ทารกจะยืนหรือเดินได้นั้น ไม่ได้หมายความว่า ทารกคนนั้นจะรอให้กำลังขาแข็งแรงก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นเดินพรวดเดียวเลย แต่คุณสังเกตไหมครับว่า แกจะพยายามยืนบ้าง ล้มบ้างเป็นระยะๆ พอล้มก็จะลุกขึ้นใหม่ แล้วค่อยๆเกาะสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อพยุงตัวเองให้สามารถลุกขึ้นได้ในที่สุด หลังจากลุกได้แล้ว หลังจากนี้แกก็จะเริ่มหัดเดิน เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงอีก แล้วก็ลุกขึ้นใหม่อีก ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน สุดท้ายทารกคนนั้นก็สามารถเดินได้ หลังจากนั้นก็วิ่งได้ ปั่นจักรยานได้ และทำสิ่งต่อๆไปได้เรื่อยๆ แน่นอน!! การจะถึงเป้าหมายก็เช่นกันเราต้องผ่านประสบการณ์มากมายต่างๆกัน ทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง บางคนโชคดีไม่ต้องล้มบ่อยก็สามารถทำได้เร็ว แต่คนที่โชคร้ายหน่อย ก็เหนื่อยหน่อย ข้อสำคัญคือ อย่าท้อ และอย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมที่สุดก่อนค่อยลงมือทำ สรุปจากหนังสือ คิดดี มีสุข ทำดี มีทรัพย์ แต่งโดยคุณ สุริยะ บุตรไธสงค์ “แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ”
“ยิ้ม”ของคุณ มีค่าแค่ไหน
about 1 year ago - No comments
รอยยิ้มของคุณ สามารถส่งความปรารถนาดีไปถึงคนที่ได้รับ รอยยิ้มของคุณทำให้ผู้ที่ได้รับรอยยิ้มสดใสขึ้น รอยยิ้มของคุณเหมือนแสงที่ส่องสว่าง เมื่อคนๆนั้นกำลังอยู่ภายใต้ความกดดัน เช่นจากเจ้านาย ลูกค้า หรือเพื่อน รอยยิ้มของคุณทำให้หลายๆคนรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้สิ้นหวังไปเสียทั้งหมด บนโลกนี้ยังมีสิ่งดีๆเหลืออยู่ รอยยิ้มของคุณทำให้ผู้ที่ได้รับรู้ว่าคุณยังเป็นห่วง และจะอยู่ข้างๆเขาเสมอ รอยยิ้มของคุณไม่ต้องลงทุนซื้อ แต่ได้เกิดผลประโยชน์มากมาย รอยยิ้มของคุณเป็นการเพิ่มพูนให้กับผู้รับ โดยไม่ทำให้คุณขาดแคลนลง รอยยิ้มของคุณสามารถสร้างความสุขในบ้านได้โดยไม่ต้องเสียเงินใด รอยยิ้มของคุณอาจเกิดขึ้นเพียงแวบเดียว แต่ถูกจดจำไปตลอดกาล ไม่มีใครที่ร่ำรวยจนกระทั่งสามารถดำเนินชีวิตไปได้โดยปราศจากการยิ้ม และไม่มีใครที่ยากจน จนกระทั่งไม่สามารถรวยขึ้นได้จากการยิ้ม รอยยิ้ม สามารถช่วยเติมเต็มสิ่งที่คนไม่มีรอยยิ้มขาดหายไปได้ ไม่มีใครต้องการรอยยิ้มมากเท่ากับ คนที่ไม่มีรอยยิ้มเหลือให้กับใคร เอาหล่ะ อย่ามัวอ่านต่อไปเลย หันไปหาคนข้างๆคุณ แล้ว “ยิ้ม” ให้เขาซะ แค่ฉุกคิด ชีวิตสำเร็จ
คนสำเร็จเขาคิดกันอย่างไร
about 2 years ago - No comments
“คิดแบบเด็กแต่ทำแบบผู้ใหญ่”
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรครับ
ประโยคนี้เป็นประโยคที่ลึกซึ้งมากทีเดียว การที่ท่านบอกว่าให้คิดแบบเด็กนั้นไม่ใช่ให้งอแง ติ๊งต๋อง แบบเด็กๆหน่ะครับ แต่ในมุมมองที่ท่านต้องการสื่อออกมานั้นคือเด็ก มักมีจินตนาการ มากกว่า ผู้ใหญ่ เพราะอะไรหล่ะครับ เพราะคำว่า ประสบการณ์ไงครับที่ทำให้เด็กเหล่านั้นมีจินตนาการไปได้ไกลกว่าผู้ใหญ่ และมักคิดว่า สิ่งนู้นเป็นไปได้จริง สิ่งนี้เป็นไปได้จริงๆ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่อาจจะเริ่มต้นคิดแบบเด็กครับ ถ้ามองในสิ่งเดียวกัน แต่ในท้ายที่สุด ผู้ใหญ่ก็จะมีคำว่า เป็นไปไม่ได้หรอก จาก…. ที่เราเคยได้ยินมาบ้าง เคยเห็นมาบ้าง นั้นหล่ะครับคือประสบการณ์ที่คอยบดบังจินตนการ และความเชื่อมว่านั้น คือสิ่งที่เป็นไปได้ของผู้ใหญ่ และความที่เราเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นไปได้นันคือ จุดกำเนิดของความสำเร็จแล้วหล่ะครับ มาถึงในส่วนที่สองที่ท่านบอกว่าให้ทำแบบผู้ใหญ่ นั้นหมายความว่า การที่เมื่อเราคิดแล้ว และจะลงมือทำต้องลงมือแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน นั้นคืด มีการวางแผน และการปฎิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรรุเป้าหมายไม่ใช่เหมือนเด็กที่ทำไรแบบ ลุยๆไป ขอไปทีไม่มีการตั้งเป้า วางแผน ทำไปซักพักก็เลิกทำ เพราะเบื่อ นั้นแหล่ะครับคือการกระทำของเด็กอย่างแท้จริง ลองคิดดูหน่ะครับว่าจริงไหม
“แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ”
ความสำเร็จในชีวิต
about 2 years ago - No comments
ความสำเร็จในชีวิต เกิดขึ้นจากการฝึกฝน แต่เราจะใช้วิธีใดหล่ะในการฝึกฝนให้ตนเองประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันเราถามตัวเองรึไหมว่า ความสำเร็จของเราคืออะไร เดินไปถึงจุดไหนถึงจะเรียกว่าประสพความสำเร็จหล่ะ ก่อนที่ตนเองจะเริ่มวางแผนของชีวิตน่ะครับลองมองย้อนกลับมาดูซิว่าเป้าหมายเราคืออะไร มันชัดเจนไหม….
การคิดเหนือเรื่องจุกจิก เพื่อประสบความสำเร็จ
about 2 years ago - No comments
ถ้าพูด ง่ายๆโดยสรุปนั้น ถ้าคนเรามัวแต่สนใจเรื่องบางเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง สิ่งพวกนั้นอาจจะเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เราประสบความสำเร็จใน อนาคตได้ ส่วนวิธีที่จะทำให้เราคิดเหนือเรื่องพวกนั้นได้ มีอยู่สามขั้นตอน 1. มุ่งที่จุดประสงค์หลักของสิ่งนั้น>> เราต้องการจะทำ อะไร ให้ มองที่ภาพใหญ่ของมันและมุ่งไปให้ถึง 2. มันสำคัญ จริงๆ หรือ>> สิ่งที่เรา กำลัง ทำอยู่นั้น มัน สำคัญ ต่อจุดประสงค์ของเราจริงรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ อย่าไป เสียเวลาทำมันเลย เช่น หน้าที่ ของหัวหน้าคือดูแล ลูกน้อง ไม่ใช่การจับผิด 3. อย่าตกเป็นเหยื่อของเรื่องเล็กๆ น้อยๆ >> คนส่วนใหญ่ เวลาพูดต่อหน้าคนเยอะๆ มักจะพะวงเรื่อง รูปลักษณ์ หรือท่าทาง ซึ่งเป็น สิ่งไม่จำเป็น สิ่งที่จำเป็น อยู่ที่ การจะพูดยังไง แล้วทำให้คน ทั้งหมดเข้าใจ นั้นมากกว่า…. ลองอ่านคำถามนี้ ถ้ามีรถคันนึงขับมาปาดหน้ารถที่คุณกำลังขับอยู่ คุณจะคิดยังไง ไอ้บ้าเอ้ยจะรีบไปต า ย More >
ความคิด กับความฉลาด
about 2 years ago - No comments
คนหลายๆคนเคยกล่าวไว้ว่า ความคิดตัวชี้นำความฉลาดนั้น สำคัญกว่าความฉลาดของคนเรานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น มีตัวชี้นำความคิดที่ดี งงหรือเป่าครับท่านผู้อ่าน ว่า อะไรคือตัวชี้นำความคิด ตัวชี้นำความคิดก็คือ ทัศนคติ นั้นเอง ถ้าคุณมีทัศนคติที่เป็นบวก อยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีปริมาณความฉลาดมากหรือน้อยเพียงใด คุณก้อมีสิทธ์ ที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นปัจจัยอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จก็คือ ทัศนคติที่เป็นบวก น่ะครับ “ความรู้คือ อำนาจ ” คำพูดนี้ถูกน่ะครับแต่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว ถ้าจะให้ถูกเต็มๆ ก็คือ “ความรู้ คือ อำนาจ เมื่อเราสามารถ นำมันไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์” และสิ่งที่ จะทำให้เราเอาความรู้ไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์นั้น ทัศนคติ ที่ดีครับ






