ติดีหรือไม่ติดี

ติเตียน,ความคิด,พูดคุยติติง ดีหรือไม่ดี ………..
คิดซิครับ คิด ………

ติติงคือการพูดในสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่น…ต่อหน้าเขา

น้องผู้หญิง…คนอ้วนๆ ….. เอ้ย คนที่สมบูรณ์ที่สุดในห้อง…
ชื่ออะไรคะ…?
สุพรรณี…ค่ะ
หนูสุพรรณีไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง…และถูกใจร้านอาหารนั้นมาก
แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ไม่ถูกใจคือ ………อาหารรสเค็มไปหน่อย….
สุพรรณีเรียก…..บ๋อย บ๋อย…….. ไปตามเจ้าของร้านมาพบหน่อย….
พอเจ้าของร้านมาถึง…
สุพรรณีบอกว่า…แหม…หนูประทับใจที่นี่มากเลย …….มีหลายอย่างที่หนูชอบ
แต่หนูขอติเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ……….อาหารที่นี้รสเค็มไปหน่อยค่ะ…
.
.
นี่คือการติติง…
มันขึ้นอยู่กับว่า….เจ้าของร้านคนนั้น คิดเป็นรึเปล่า….
ถ้าคิดเป็น….ก็ไปปรับปรุง….. บอกให้แม่ครัวว่า…ให้ลดเค็มลงหน่อย…

.

.
แต่ถ้าคิดไม่เป็น…..ก็จะโกรธ โมโห…
แม่ง……เรื่องมากเหลือเกิน …..ติอยู่นั้นแหล่ะ…. ไม่อร่อย….ก็อย่าแดกซิ…..!!!!!!!!!!!
สาระอยู่ตรงไหนทราบกันไหมครับ….
สาระอยู่ตรงที่…คนที่เขาติ….เขาชอบบริการส่วนใหญ่ของร้านอยู่แล้ว…
ไม่ชอบเรื่องเล็กน้อย….. เรื่อง……สองเรื่อง
และที่สำคัญ…
เขาติ….เพราะเขาจะกลับมากินอีก…จะพาเพื่อนๆ มาอีก
เพราะฉะนั้นคิดเอาเองแล้วกันครับ ว่าการติเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เวลาคนอื่นเค้าติเรา เราสมควรจะขอบคุณเค้า ที่ชี้ให้เห็นจุดบกพร่อง หรือโกรธเค้าที่เค้ายุ่งไม่เข้าเรื่องกันแน่

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

จากหนังสือ ต่างที่คิด ชีวิตจึงต่าง เขียนโดย พิพิธ พุ่มแก้ว,สมคิด ลวางกูร

ทำอย่างไรไม่ให้พนักงานลาออก

ใบลาออก,ลาออก,turn over

1.ต้องมี Job description หรือ รายละเอียดของงานอย่างชัดเจน
การมี Job description ที่ชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่การรับสมัครและสัมภาษณ์ เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะทำให้พนักงานใหม่เห็นภาพในเนื้องานที่ตนต้องรับผิดชอบอย่างชัดเจน และเพื่อให้ทั้งพนักงานและบริษัทเข้าใจในทางเดียวกัน ทางบริษัทต้องระบุใน Job description ไปเลยว่างานอะไรคืองานหลัก และงานอะไรคืองานที่สำคัญรองลงมา ถ้าสามารถแบ่งเป็น % ของเวลาในการทำงานได้เลย จะยิ่งดีมาก

2.อย่าเพิ่มงานให้พนักงานโดยไม่จำเป็น
ในมุมมองของนายจ้างการเพิ่มงานและให้พนักงานอาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่า แล้วถ้ามองในมุมกลับกันล่ะครับ ทำงานมากขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม คุณจะทำไหม
3.การประเมินผลที่ชัดเจนมีรูปแบบแน่นอนเป็นรูปธรรม
ควรมีรูปแบบการประเมินที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานได้ทราบถึงประสิทธิภาพในการทำงานของตนเองว่าตนเองเก่งเรื่องอะไรและด้อยเรื่องอะไร เหตุใดผลของการประเมินจึงเป็นเช่นนี้ ซึ่งอาจรวมไปถึงการแจ้ง career patch ให้พนักงานได้ทราบเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงานต่อไป
4.ลดความซ้ำซ้อนของงาน ด้วยการจัดระบบให้ดียิ่งขึ้น
การนำระบบ computer หรือ softwareต่างๆ เข้ามาใช้เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานให้กับพนักงาน ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น เพราะเมื่องานน้อยลงแรงกดดันเนื่องจากการทำงานไม่เสร็จตามกำหนดเวลาก็จะน้อยลงไปด้วย
5.เพิ่มโครงการพัฒนาความรู้
การเพิ่มทักษะความรู้ใหม่ๆ ให้กับพนักงานเป็นสิ่งดีทีเดียว เพราะจะทำให้ไม่เกิดความจำเจในการทำงานแบบเดิมๆ และเมื่อนำความรู้มาปรับใช้ก็จะสามารถทำให้งานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้พนักงานมีความสุขยิ่งขึ้นเช่นกัน
6.แจ้งเป้าหมาย ยอดขาย และกำไรประจำปีให้กับพนักงานทราบ
เมื่อเราแจ้งยอดขายและผลกำไรของบริษัทแล้วยังสามารถนำมาผูกกับเรื่องผลโบนัสของพนักงานเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพนักงาน แถมยังสร้างแรงกระตุ้นให้กับพนักงานด้วยการแจ้งเป้าหมายในปีถัดไปและแจ้งถึงผลรางวัลที่จะมอบให้เมื่อพนักงานสามารถทำได้ถึงเป้าหมายอีกด้วย
7.Fast track ของ STAR
เมื่อเราพบดาวเด่นในองค์กร สิ่งสำคัญที่จะให้พนักงานคนนั้นอยู่กับองค์กรไปอีกนานคือ เส้นทางด่วนสู่เป้าหมาย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเลื่อนตำแหน่งตามระบบของอายุงานแต่เลื่อนเพราะความสามารถ แต่การขยับความสำคัญของดาวเด่นขึ้นเร็วก็มีทั้งผลดีและผลเสียเพราะฉะนั้นวิธีนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังน่ะครับ
8.พัฒนาความรู้ HR พื้นฐาน ให้กับผู้บริหาร
9.ถนอมน้ำใจ
สิ่งนี้สำคัญมากจากประสบการณ์ผมโดยตรงการตำหนิติเตียนต้องมีศิลปะและพูดถนอมน้ำใจให้ได้มากที่สุด สำหรับผม ผมจะตำหนิด้วยการถาม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ สุดท้ายพนักงานจะเข้าใจเองว่าผิดอะไรโดยที่ผมไม่ต้องตำหนิ และหลังจากการถามก็เป็นการสอนวิธีการแก้ไข การให้ความเห็นต่างๆ จงจำไว้เสมอว่า ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะทำในเรื่องผิดพลาด มันต้องมีเหตผลอื่นๆแน่นอนที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และการที่พนักงานเรานั้นทำผิดพลาด ตัวเค้าเองก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปทำร้ายจิดใจเค้าด้วยการด่าและใส่อารมณ์เลยครับ เปลี่ยนเป็นการถนอมน้ำใจด้วยการให้กำลังใจและคำแนะนำดีกว่า

บทความบางส่วนจากอ. Dr Nuttakarn และอ.Pansak BLCSME21

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์แบบง่ายๆ

CX10HF Lightbulb Drawn Onto Paper Whilst Brainstorming for an Idea.

การมีความคิดสร้างสรรค์สำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน แต่คุณทราบไหมครับว่า จริงๆ แล้วมันสามารถสร้างได้ มันไม่ใช่พรสวรรค์ที่ต้องมีมาแต่กำเนิดเท่านั้น ทุกคนสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ได้ และก็เจ้าความคิดสร้างสรรค์นี้แหล่ะครับ ที่ทำให้หลายๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต เรามาเรียนรู้การสร้างความคิดสร้างสรรค์กันเถอะครับ พร้อมแล้วลุยกันเลย !!!!!

วิธีสร้างความคิดสร้างสรรค์
1.ระดมสมอง
ฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง
แล้วเก็บเอาเรื่องใหม่ๆ ดีๆ มาต่อยอด
2.พัฒนาของเก่าให้กลายเป็นของใหม่
ประยุกต์   ดัดแปลง ต่อเติม
3.เปลี่ยนสภาพแวดล้อม
อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ นานๆ ความคิดจะเหมือนเดิมจำเจ
เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่>>ความคิดจะเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน
4. คิดมุมกลับ
ทำให้เกิดมุมมองที่คาดไม่ถึง
คิดอะไรไม่ออกให้คิดตรงข้าม ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ
5. คิดนอกกรอบ
คิดในสิ่งที่ คนอื่นไม่เคยคิด หรือไม่กล้าแม้แต่จะคิด
คิดในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นไปไม่ได้
และหาวิธีที่จะทำให้มันเป็นไปได้

ลองดูน่ะครับ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์

ธุรกิจในพม่า เริ่มก่อน รวยก่อน

สมคิด,nuttowa

business trip พม่า 11-14 มค

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณ Suwajpong Gig Asawathippaibul เพื่อนสุดเลิฟ อย่างสุดซึ้งที่อยู่ก็ๆ มาชวนไปทริปนี้ ประจวบเหมาะกันดีกับ
อยากหาความท้าทายใหม่ๆในชีวิต ผมเลยร่วมคณะเดินทางไปพม่า เมื่อวันที่ 11-14 มกราคม ที่ผ่านมา นำโดย อ.สมคิด ลวางกูล เพื่อไปดูธุรกิจที่พม่าว่ามีอะไร
น่าทำบ้าง โดยมี ผู้เชียวชาญที่อยู่พม่ากว่า 30 ปี มาเป็นผู้บรรยาย ส่วนผู้จดสรุปมาต้องขอขอบคุณ Suwajpong Gig Asawathippaibul และ Nott Khun ด้วยน่ะครับ

กลุ่ม,business trip
ผมแบ่งเป็น 25 ประเด็นที่สำคัญของพม่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะครับ
1. พม่าปิดประเทศมากว่า 48 ปี เมื่อก่อนเขาเจริญนะจนกระทั่งปิดประเทศ ทุกอย่างโดนแช่แข็งไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เขาเปิดตัวมา ประเทศเขาจะเหมือนเรา 20-30 ปีที่แล้ว การเข้าไปขายของหรือทำตลาด จะว่ายากก้อยาก จะว่าง่ายก้อง่าย
2.ตลาดเขายังไม่ MATURE ยังมีช่องว่างให้เข้าอีกเยอะ แถมมีโอกาสที่แบรนด์ล็กจะสู้แบรนด์ใหญ่ได้ ไม่เหมือนไทยที่แบรนด์ใหญ่เล่นมาถึงรากหญ้าแล้ว
3.พม่าไม่สนใจว่าอยู่ข้างนอกใครเป็นเบอร์ 1 เขาสนแค่ ราคาได้กับผลลัพธ์เกิดเท่านั้น ไม่เน้นว่าผลิตภัณฑ์ต้องรักโลก ไม่ต้องโลกสวย ขอให้ตอบโจทย์ได้ เช่นไบกอน ฉีดทีเดียวต้องตกมาตาย ไม่ต้องรักโลก
4.ดีที่ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ยังไม่ค่อยเข้ามา แต่ทำอะไรต้องดูดีๆ ด้วยเพราะเขามีเพื่อนบ้านคนอื่นนอกจากเรา อินเดีย บังกลาเทศ จีน และลาว ของบางอย่างพี่จีนถูกมาก ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจตายได้
5.ของอะไรใหม่ๆ ที่เข้าไป บางทีเขาไม่รู้จัก ตามไม่ทัน เช่นผ้าอนามัยแถบกาว เข้าไป คนเขายังไม่ใส่ กกน เลย เดี๋ยวแปะผิดแปะถูกกลายเปนของเราไม่ดี ใช้ไม่ได้ผล เราต้องลงแรง educate product เรา อย่างแค่ไบกอนเปลี่ยนแพจเกจจิ้งใหม่ คนไม่ซื้อ บอกว่าของปลอม ต้องใช้เวลาหกเดือนกว่าจะให้เขายอมรับได้
6.ชื่อและฉลากสินค้าควรมีเป็นภาษาอังกฤษให้ผู้บริโภคอ่านว่าใช้ยังไง เพื่ออะไร ลองนึกเราไป 7-11 ที่ทุกอย่างเขียนเปนภาษาอาหรับ แค่เห็นก้อไม่อยากจับละว่ามันทำไรวะ
7.ตลาดบ้านเขาคนมีก้อโคตรรวยเลย ขับแลมโบ โรลสลอย แต่มีแค่แบบ 2% ที่เหลือ โดยฉพาะ ต่างจังหวัด จนมากกกก
8.เปรียบเทียบการทำการตลาดเราต้องทำกับพม่าตอนนี้ให้เหมือน 20 ปีก่อนบ้านรา ยุคที่ซื้อซันไลท์แถมจาน ไรงี้ ตอนนี้เขาเปนแบบนั้น
แต่เดี๋ยวเขาจะpick up ได้เร็วและตามเรามา แต่เราอย่างน้อยสามารถทำนายได้ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร เพราะประเทศเราผ่านช่วงนั้นมา
แล้ว

พม่า,ตลาด,สินค้า
9.Product ที่ควรทำและน่าจะรุ่งสุด คือ consumer product
10.ถ้าเราเข้าไป แล้วขอเป็นตัวแทนของอะไรก็ตามได้ เข้าไปจองที่ไว้ก่อน เช่นตัวแทนยา นุ้นนี่นั่น ต่อไปเราก้อเสือนอนกิน เช่น DKSH เมื่อก่อนเข้าไปทำทัวร์ ตอนนี้เน้นแค่ขายยา เป็น legal distributor
11.ด่านติดไทยมีห้าด่าน ย่างกุ้งเหมือน กทม มีแม่น้ำเข้าถึง แม่น้ำอิระวดี ใหญ่กว่าเจ้าพระยาบ้านเรา
12.ไทยได้เปรียบมาเลย์ สิงคโปร์ตรงที่ เราส่งของเล็กของน้อยไป กล่องสองกล่อง ยังได้ แต่ประเทศไกลๆมันต้องมาเปน container ถึงจะคุ้ม
13.พม่า จ่ายเงินสดอย่างเดียว ซื้อขายออนไลน์ เขายังไม่เวิร์ค เพราะระบบต่างๆยังตามมาซัพพอรต์ไม่ทัน credit card กำลังพยายามเข้ามา

14.จะทำไรพวกขอใบอนุญาตให้รีบทำ ก่อนเขาตั้งรัฐบาลเสร็จ ช่วงสองปีนี้เป็นช่วงพีคเพราะถ้ามีกระทรวงไรขึ้นมาละกฎจะยุ่งยากขึ้น
15.ในย่างกุ้ง คนเล่นมือถือมีอินเตอร์เนตแล้วโดยเฉพาะวัยรุ่น
16.ธุรกิจที่เพิ่งหรือกำลังจะตายในไทย มีโอกาสเฟื่องฟูที่พม่าถ้าดูดีดี เพราะเขากำลังตามเรามา เช่น แมคยีนส์ เมื่อก่อนไทยดัง ตอนนี้กำลังจะตาย แต่พม่าตอนนี้ส่วนใหญ่นุ่งโสร่ง ยีนส์กับ กกน มีโอกาสรุ่งมาก
17.พม่าถ้าจะใช้จ่ายดอลล่าร์ ต้องห้ามพับ และบางที่สามารถใช้จ่ายด้วยเงินบาท
18.ไม่ควรให้หุ้นกับพวกทหารในการทำธุรกิจเพียงคิดว่าจะได้คอนเนคชั่น เพราะถ้าถึงเวลามันเวิร์คจริง พวกทหาารจะบีบบังคับให้เราถอนหุ้นออกโดยปริยาย
19.พม่ายังมีปัญหาเรื่อง transaction ของเงิน ทางที่ดีในการทำธุรกิจคือการ barter ของกัน เอาของจากพม่ามาขายไทย เอาของจากไทยมาขายพม่า

พม่า,ตลาด,สินค้า

20. เนื่องจากพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน ทำให้มีการแบ่งชั้นวรรณะ ถ้าเราทำธุรกิจแล้วซื้อใจคนงานได้ เค้าจะมีความภักดีสูงมาก
21.เพราะพม่าเคยปิดประเทศมาก่อน ข้อดีของเค้าคือการทำงานเป็นทีม การรวมกลุ่มกัน
22.สังเกตว่าที่นี่จะมี japan town, china town, korea town เพราะแต่ละประเทศมาก็จะมาสร้าง community ของตัวเองเพื่อรวมทีม ผนึกกำลังกันทำธุรกิจจะได้มีอำนาจการต่อรองได้ แต่แปลกที่คนไทยมาทำธุรกิจที่นี่เยอะมาก แต่ยังไม่มี thai town เลย
23. พยายามทำธุรกิจที่เป็น one stop service เช่นแค่ขายกาแฟ คุณขายเครื่องทำกาแฟ ถ้วยกาแฟ จานรองกาแฟและอื่นๆพ่วงไปเลย
24.สินค้าที่พม่าจะยอมรับมีสามประเทศหลักๆได้แก่เกาหลี เพราะได้รับอิทธิพลจากซีรี่ย์ / สิงค์โปร์เพราะเค้าเชื่อเรื่องมาตรฐาน และพี่ไทย
25.สินค้าหลักๆที่เค้ากำลังมองหาคือ เครื่องอุปโภคบริโภค ยา กางเกงยีนส์และพวกวัสดุก่อสร้าง

เจดีย์,บุเรงนอง,พม่า
ทำก่อน รวยก่อน รีบเข้ามาทำซะ

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

 

 

ขอขอบคุณ ภาพ และข้อมูลจาก

Suwajpong Gig Asawathippaibul และ Nott Khun ด้วยน่ะครับ

จะตั้งเป้าหมายชีวิต… ทำไงดี

1.ต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนว่า
ภายใน 3-5-10-12 ปีข้างหน้า คุณจะเป็นอะไร

2.ต้องมีขนาดเป้าหมาย
-ไม่เล็กเกินไปจนไม่ต้องใช้ความพยายาม
-ไม่ใหญ่เกินไปจนเป็นไปไม่ได้

3.ต้องมีระยะเวลาที่แน่นอน
ว่าเป้าหมายนั้นจะเสร็จเมื่อไหร

4.ต้องประกาศให้โลกรู้
-เพื่อกดดันตัวเองจะได้เลิกไม่ได้

5.หาวิธีการ ที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย
– มีกี่วิธี อะไรบ้าง
-เลือกวิธีที่ดีที่สุด เพียงวิธีเดียวเท่านั้น

6. ลงมือทำ
-เมื่อได้วิธีการแล้วต้องลงมือทำทันทีทำเดี๋ยวนี้ NOW!!!!!

7.สัญญากับตัวเอง
-บอกกับตัวเองว่า ไม่สำเร็จกูไม่เลิกกกกกกกกก
-มีวินัยเข้มข้น >>> เดินไปสู่เป้าหมาย โดยไม่แวะข้างทาง (ทำโปรเจคอื่น)

อ้าวๆๆๆ เลิกอ่านได้แล้ว ไปทำซักที 
ใครทำ 7 ข้อนี้สำเร็จ รวยยยยยยยย แน่นอน

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอขอบคุณ บทความจากหนังสือ ผู้ชายเลว ที่ใครๆก็หลงรัก แต่งโดย อ.สมคิด ลวางกูรพสิษฐ์

มีโปรเจ็ค แต่ไม่มีเงินทำไงดี

idea,money,ความคิด,ไอเดีย,โปรเจ็ค,เงิน

เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญในช่วงเริ่มต้นธุรกิจของหลายๆ คน เพราะไอเดียดีๆ กับ “เงิน” มันคงล่ะเรื่องกันเลยจริงไหมล่ะครับ
ในเมื่อเราไม่มีเงินทุนหรือมีแต่ยังไม่พอจะทำอย่างไรล่ะครับถ้าไม่ “ขอ” ถ้าเรามี back up ที่ดีอย่างพ่อแม่พี่น้องหรือญาติให้ยืมก็คงดีไป แต่ถ้าไม่มีเราคงต้องหาสถาบันทางการเงินหรือนักลงทุนเข้ามาช่วยแล้วล่ะครับ แต่จะทำอย่างไรให้พวกเค้าเหล่านั้นยอมเอาเงินมาให้คุณกู้หรือยอมมาลงทุนแล้วแบ่งหุ้นด้วยล่ะ

วันนี้ผมมีวิธีดีๆ ในการนำเสนอแผนธุรกิจของคุณต่อคนเหล่านี้ มี 5 ประเด็นสำคัญ พร้อมรึยังครับ…. งั้นมาเริ่มกันเลย

1.ประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ
บ่อยครั้งสำหรับนักธุรกิจมือใหม่จะมุ่งอยู่กับการนำเสนอคอนเซปต์ของธุรกิจ จนลืมเน้นเรื่องผลประโยชน์ต่างๆที่นักลงทุนหรือนายธนาคารจะได้รับจะมา
ในรูปแบบใด นอกจากนี้ยังต้องเน้นเรื่อง
เป้าหมายจริงๆของธุรกิจคืออะไร
เงินทุนที่ต้องใช้จำนวนเท่าไหร
พวกเขาสามารถเห็นผลตอบแทนในอนาคตเมื่อใด
และเพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยควรแทรกเรื่องกลยุทธ์ในการถอนตัวสำหรับพวกเขาด้วยหากเป็นไปได้
แต่!!! ก่อนที่คุณจะเดินเข้าไปคุณกับพวกเขาเหล่านั้น ตอบตัวเองหรือปรึกษากับทีมงานของตัวเองก่อนน่ะครับว่า คุณจะยอมขายหุ้นให้กับเขาหรือ
ใช้วิธีการกู้ยืมเพื่อแลกกับเงินเพื่อมาตั้งบริษัทนี้

2. ให้ข้อมูลที่เป็นธรรม
เพื่อที่จะได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุน คุณต้องแสดงให้เห็นว่าเข้าใจในธุรกิจนั้นจริงๆ

แสดงแผนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่
ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับเงินลงทุนของพวกเขา

ยิงคำพูดเชิงบวกเข้าไปเยอะๆ เช่น “เราทำได้” แต่เหนือสิ่งอื่นใดข้อมูลทุกอย่างต้องเป็นเรื่องจริง
และสามารถปฎิบัติได้ เพราะถ้ามันไม่เป็นเรื่องจริงคือคุยไปโกหกพวกเขา คุณอาจจะต้องพบกับการสูญเสียในระยะยาว เพราะวงการธุรกิจไม่กว้างมากมายอย่างที่คุณคิด

คราวหน้ามาต่อกันอีก 3 ข้อน่ะครับ

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ขอบคุณสักนิด ก็ดีน่ะ

thx,ขอบคุณ,thank

การแสดงความซาบซึ้ง ขอบคุณบุคคลที่เขาทำอะไรให้คุณก็ตาม มักจะส่งกระทบอย่างรุนแรงเกี่ยวกับมุมมองของพวกเขาที่มีต่อคุณ

จงจำไว้ว่าทุกสิ่งที่มีใครก็ตามทำอะไรให้คุณนั้น ต้องมาพร้อมกับการเสียโอกาสของเขาเสมอ  หมายความว่าเวลาที่เขาหันมาทำอะไรเพื่อคุณนั้น ก็ย่อมมีบางสิ่งที่เขาจะพลาดในการทำเพื่อตัวเองในเวลานั้นไป

คุณอาจหลอกตัวเองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเวลาที่ใครบางคนกำลังยุ่งอยู่
มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะพวกเขาต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วมารับฟังคำขอจากคุณ

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วคุณก็ควรจะกล่าว ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนมาช่วยเหลือคุณใช่ไหมล่ะครับ

ลองดูน่ะครับฝึกการขอบคุณให้เป็นนิสัย แล้วในมุมมองสำหรับคนอื่นคุณจะเป็นคนที่ดูแล้วสำคัญกว่าใคร เชื่อผมซิ

ขอบคุณทุกครั้งที่มีคนช่วยเหลือ

ขอบคุณครับที่ช่วยอ่านบทความผม

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

ทำอย่างไรให้เป็นคนโชคดี

โชคดี,ทำอย่างไร,มีความสุข

โชคดี

ริชาร์ด ไวส์แมน แห่งม.ฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ในอังกฤษ ได้ทำการศึกษา เกี่ยวกับโชคและพบว่า

“คนที่โชคดี” จะมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะโชคดีมากกว่าคนอื่น

1. คนที่โชคดีจะใช้ประโยชน์จากเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้น กับชีวิตของตนโดยแทนที่จะปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาจะใส่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงสามารถดึงประโยชน์มาได้ดีกว่าคนอื่น

2.คนที่โชคดีจะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเต็มใจที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเอง เช่น การอ่านหนังสือเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคย เดินทางไปสถานที่ที่ไม่รู้จัก

3.คนที่โชคดี มักชอบเข้าสังคม ชอบสบตาและยิ้มให้กับผู้อื่น ส่งผลให้ได้พบกับความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกว่าคนทั่วไป รวมทั้งได้รับโอกาสดีๆ มากกว่าบุคคลอื่นด้วย

4.คนที่โชคดี จะมองโลกในแง่ดีและคาดหวังว่าจะมีเรื้องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีบางสิ่งไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พวกเขาก็จะพยายามหาวิธีดึงผลลัพธ์ดีๆ ออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้อยู่ดี มุมมองของพวกเขาสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆได้

ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นคนโชคดีในทุกๆ ด้านของชีวิตแล้วล่ะก็ ลองมาปรับมุมมอง เพื่อที่จะเป็นคนโชคดีกันน่ะครับ

“มาเป็นคนโชคดีกันเถอะ”

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ

credit : หนังสือ “น่าจะรู้ อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20”

กฎ 10 ข้อ ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

วอเรน,แง่คิด,กฏ

  1. ต้องทำงานหนัก สำหรับวอร์เรนแล้ว เขาฟันธงเลยว่า ส่วนใหญ่แล้วการทำงานหนักจะนำผลกำไรมาให้ ในขณะที่การพูดมากแต่ไม่ทำ กลับจะนำความยากจนมาให้แทน แบบนี้เข้าตำราว่า “อย่ามัวแต่ตั้งท่าชก ให้ชกเลย” จึงจะได้คะแนนการต่อสู้
  2. อย่าขี้เกียจ เขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ว่า “ขนาดกุ้งมังกรตัวโต ถ้ามัวแต่นอนหลับ ยังสามารถถูกกระแสน้ำพัดลอยออกไปได้” หมายความว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย มัวแต่รอคอยความหวัง คุณจะต้องตกอยูในวังวนวิกฤตการณ์ทางการเงินนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
  3. รายรับจากหลายแหล่ง ข้อนี้เป็นเคล็ดลับของมหาเศรษฐีหลายคน ไม่ใช่เฉพาะ วอร์เรน เพราะการหวังพึ่งรายได้จากทางเดียว ทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะที่ไม่แน่นอน เขาแนะนำให้ทำการลงทุนที่ฉลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น มนุษย์เงินเดือน คุณควรมีรายได้ส่วนอื่นจากการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายรับเข้ามาในแต่ล่ะเดือนได้ด้วย
  4. ควบคุมรายจ่ายเมื่อไหรที่คุณเริ่มจ่ายเงินซื้อสิ่งที่คุณไม่มีความต้องการจริงๆ คุณก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจต้องขายสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดแทน ดังนั้นคิดและตั้งสติก่อนที่จะจ่ายเงินซื้ออะไรในชีวิตเสมอ
  5. ตั้งใจออม วอร์เรนเน้นว่าเราอย่ารอเก็บออมเงินที่เหลือหลังจากที่ได้ใช้จ่ายจนพอใจ แต่เราต้องกันเงินส่วนหนึ่งของรายได้มาเพื่อเก็บสะสมก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย หลายคนมักเข้าใจผิด ใช้จ่ายแล้วจึงนำเข้าแบงก์ ที่จริงต้องนำมาออม ก่อนจะไปทำอย่างอื่น
  6. งดกู้ยืม คนที่กู้หนี้ยืมสินจากคนอื่น มักจะตกเป็นทาสของคนที่กู้ยืมไป ดังนั้นต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พยายามอยู่ตามอัตภาพเท่าที่เราหาได้ อย่าไปสร้างหนี้สิน โดยไม่จำเป็น พยายามดำรงชีวิตอยู่ตามหลักความพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว
  7. จัดระบบบัญชี เขาใช้คำคมมาเปรียบเทียบว่า “ไม่มีประโยชน์ที่ถือร่มกันฝน ตราบใดที่รองเท้าที่คุณสวมใส่นั้นยังมีรูรั่วอยู่ เพราะมันทำให้เปียกได้เหมือนกัน” นั้นคือต้องทำให้อย่ามีรูรั่วในบัญชี
  8. หมั่นตรวจสอบ นั้นคือ วอร์เรนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมาก เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ จะเปรียบเสมือนรูรั่วของเรือ รูรั่วเพียงเล็กๆ แต่นานไป สามารถจมเรือลำใหญ่ทั้งลำได้ ดังนั้นมามองข้ามค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายทุกๆ ชนิดเสมอ
  9. จัดการกับความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ตราบเท่าที่ยังโลดแล่นอยู่ในธุรกิจ เขากล่าวว่าเราไม่ควรจะทดสอบความลึกของแม่น้ำที่จะข้ามด้วยขาทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน เพราะเราอาจจมน้ำตายได้ ในการจัดการความเสี่ยงเราต้องมีแผนสำรองเสมอ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องบริหารความเสี่ยงที่กำลังเผชิญอยู่อย่างชาญฉลาดที่สุด
  10. บริหารการลงทุน อย่าเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มลงทุนในสิ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนกับอย่าวางไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียวกัน เพราะถ้าตะกร้าหล่นจะทำให้ไข่แตกหมดทุกใบ ดังนั้นเราต้องกระจายความเสี่ยงเพราะธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ช่วงขาลง แต่อีกธุรกิจหนึ่งอาจจะอยู่ในขาขึ้นทำให้ผลประโยชน์โดยรวมยังอยู่ได้

 

แค่ฉุกคิด ชีวิต สำเร็จ